PE Ratio คืออะไร? อัตราส่วนสำคัญที่มือใหม่หัดเทรดหุ้นต้องรู้!

Price earning ratio หรือ PE ratio คือ เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์หรือเทียบอัตราส่วนระหว่างราคาและกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นหนึ่งวิธีการสำคัญที่ใช้วิเคราะห์ตัวเลขทางการเงินเกี่ยวกับหุ้นหรือตราสารหนี้ของบริษัทต่างๆ และที่สำคัญอัตราส่วน PE ยังใช้บอกทิศทางการดำเนินธุรกิจและสภาวะทางการเงินของบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ได้อีกด้วย

การวิเคราะห์อัตราส่วนยังมีความเกี่ยวข้องกับสภาพคล่องของตลาด (Liquidity), มูลค่าตลาด (Market value), โอกาสในการทำกำไร (Profitability), ความอยู่รอดทางการเงิน (Solvency) และการจัดการหนี้สินต่างๆ (Debt management) โดยในบทความวันนี้ เราจะมาทำความเข้าใจความหมายของ Price earning ratio หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไร ว่ามันคืออะไร รวมถึงวิธีการคำนวณและการตีความอัตราส่วนดังกล่าวเพื่อใช้เทรดในตลาดการเงิน

วิธีคำนวณอัตราส่วนราคาต่อกำไร (PE Ratio)

อัตราส่วนราคาต่อกำไร คือ การหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นและกำไรของบริษัท เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถเปรียบเทียบมูลค่าราคาของหุ้นและจำนวนเงินปันผลได้นั่นเองครับ

ก่อนจะคำนวณอัตราส่วน PE ท่านจะต้องหาค่า Earning per share (EPS) ซึ่งเป็นการนำกำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้น ด้วยสูตรการคำนวณดังนี้:

  • EPS = กำไรสุทธิ / จำนวนหุ้นบริษัทที่ชำระแล้ว (Outstanding Share)

แล้วเมื่อท่านได้ค่า EPS มาแล้ว ท่านก็จะสามารถคำนวณอัตราส่วน PE ได้จากสูตร:

  • อัตราส่วน PE = ราคาหุ้นปัจจุบัน / EPS

เอาล่ะ! หลังจากเข้าใจวิธีการคำนวณอัตราส่วนราคาต่อกำไรแล้ว ลองมาดูกันว่าท่านจะใช้ค่า PE ในการวิเคราะห์ตลาดการเงินอย่างไร

การตีความอัตราส่วน PE Ratio เพื่อใช้ในการเทรด

ท่านคงทราบแล้วว่าอัตราส่วน PE ratio ช่วยให้ท่านประเมินความคุ้มค่าในลงทุนกับบริษัทต่างๆ โดยการเปรียบเทียบระหว่างกำไรของบริษัทเทียบกับราคาหุ้น แต่ทั้งนี้ ราคาหุ้นก็อาจไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกผลประกอบการของบริษัทเสมอไป

เนื่องจากในบางครั้ง บริษัทที่มีอัตราส่วน PE ต่ำกว่าก็อาจขายหุ้นออกมาในราคาถูกกว่าบริษัทที่มีอัตราส่วนราคาสูงกว่า และบางครั้งบริษัทที่มีอัตราส่วน PE สูงกว่า ถึงแม้ราคาหุ้นจะแพงกว่าแต่ก็ให้กำไรดีและผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะยาว ถึงตอนนี้ท่านคงไม่แปลกใจแล้วว่าทำไม PE ratio จึงมีความสำคัญในการลงทุนอย่างมาก

ข้อจำกัดของอัตราส่วน PE Ratio

ข้อดีของเครื่องมือ PE Ratio คือมันสามารถใช้วิเคราะห์การลงทุนโดยการนำบริษัทต่างๆ มาเปรียบเทียบกันได้ อีกทั้งยังเปรียบเทียบกลุ่มการลงทุนได้อีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสียตรงที่อัตราส่วนนี้อาจทำให้ท่านตีความผิดได้ หากใช้ผิดจังหวะ:

  1. กลุ่มอุตสาหกรรมมีมูลค่าสูงมากเกินไป – มักเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับบริษัทในเชิงบวกมากเกินไป ทำให้ราคาหุ้นเกิดการลอยตัว หรือที่เรียกกันในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่า สภาวะ “ฟองสบู่” นั่นเอง
  2. จังหวะที่บริษัทมีรายได้สูงเกินจริง – ในจังหวะที่บริษัทมีผลประกอบการสูงผิดปกติ อาจทำให้อัตราส่วน PE Ratio มีความคลาดเคลื่อนได้
  3. ทุกธุรกิจมีจังหวะวัฏจักร – เป็นเรื่องปกติที่ธุรกิจต่างๆ จะมีวัฏจักรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์, อสังหาริมทรัพย์, แหล่งผลิตพลังงานต่างๆ และกลุ่มการลงทุนหลักอื่นๆ ที่จะมีการเปลี่ยนไปโฟกัสกลุ่มการลงทุนที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงจังหวะ

เงื่อนไขและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราได้พูดถึงไปนั้นอาจส่งผลให้อัตราส่วน PE ratio มีความคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น ในการประเมินรายได้และสภาวะทางการเงินของบริษัท นักลงทุนจะต้องคอยศึกษาและติดตามปัจจัยเศรษฐกิจอื่นๆ ร่วมด้วย

เปิดบัญชีเทรดเดโม่ ทดลองเทรด Forex กับ MTrading คลิก!

สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ PE Ratio

Price earning ratio เป็นเครื่องมือที่ดีในการเปรียบเทียบระหว่างราคาหุ้น, การเติบโตทางการเงิน, และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ของบริษัทที่ท่านสนใจจะลงทุน เพื่อคาดการณ์ว่าท่านมีโอกาสทำกำไรจากหุ้นของบริษัทเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ ต้องระวังว่า PE Ratio ไม่ได้เป็นตัวยืนยันว่าท่านจะลงทุนได้ประสบความสำเร็จเสมอไป เนื่องจากมันก็มีข้อจำกัดในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับว่าท่านใช้วิเคราะห์หุ้นในกลุ่มใด และที่สำคัญที่สุด นักลงทุนจะต้องวิเคราะห์ศึกษาผลการดำเนินการของบริษัทนั้นๆ อย่างละเอียดด้วยเช่นกัน เพื่อเข้าใจมุมมองของบริษัทให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน