ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

Revenue และ Profit ต่างกันอย่างไร? อธิบายข้อแตกต่างแบบละเอียด!

Revenue (รายได้) กับ Profit (กำไร) ต่างกันอย่างไร? ทั้ง revenue และ profit เป็นตัวชี้วัดหลักที่ช่วยให้ทั้งนักลงทุนและธุรกิจต่างๆ เข้าใจว่าการดำเนินการของบริษัทเป็นไปอย่างไร ทั้ง revenue และ profit จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนและสำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งถึงแม้ทั้งสองคำอาจฟังดูเหมือนมีความหมายเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วทั้ง revenue และ profit มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

None

มือใหม่บางท่านอาจยังไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่าง revenue และ profit ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายประเด็นสำคัญเพื่อให้นักเทรดมือใหม่เข้าใจความหมายและใช้คำเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง

Revenue กับ Profit เหมือนกันหรือไม่?

ไม่ครับ revenue ไม่เหมือนกับ profit

Revenue หมายถึง รายรับทั้งหมดของบริษัทที่ได้มาจากการขายสินค้าและบริการที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ

Profit (หรือ Net profit) เป็นรายได้ของบริษัทหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เป็นต้นทุน รวมถึงหนี้สิน, ค่าตัดจำหน่าย, และรายได้ทางรอง เป็นต้น

เปรียบเทียบภาพรวมระหว่าง Revenue และ Profit Overview

ประเด็นสำคัญที่จะช่วยให้ท่านเข้าใจข้อแตกต่างระหว่าง revenue และ profit ได้แก่:

  1. Revenue แสดงถึงรายได้ทั้งหมดที่เกิดจากกิจกรรมหลักของบริษัท
  2. Revenue ประกอบด้วยต้นทุน ทรัพยากร และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นในการดำเนินกิจการของบริษัท
  3. Profit เป็นส่วนหนึ่งของรายได้ที่แยกจาก revenue ที่บริษัทเก็บไว้หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกจากรายได้หลักแล้ว
  4. แม้กระทั่งตอนกำลังสร้างรายได้ บริษัทก็สามารถมีกำไรหรือขาดทุนสุทธิได้ เนื่องจากทั้งรายได้และกำไรมีความสัมพันธ์กับเงินที่องค์กรได้รับในระยะเวลาต่างๆ
Industry-best trading conditions
Credit bonus
up to 200% Credit bonus
Industry best trading
conditions Best conditions
Instant deposits
with 0 fees Instant deposits
Join now

เอาล่ะ มาดูความหมายของคำศัพท์แต่ละคำให้ละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่าง profit และ revenue แบบชัดๆ

Revenue

ผู้เชี่ยวชาญมักเรียก revenue อีกอย่างว่า "Top line" เนื่องจากรายได้มักจะอยู่บนสุดของงบกำไรขาดทุน ซึ่งเป็นรายได้ทั้งหมดก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ

ตัวอย่าง: ลองนึกภาพร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าก่อนการบัญชีต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อหักออกจาก revenue แต่ผู้ค้าปลีกได้มีการลงทุนเพิ่มเติมจากบริษัทในเครือหรือนักลงทุนภายนอก Income จะไม่ถือเป็น revenue เนื่องจากไม่ได้เกิดจากการขายสินค้าโดยตรง กระแสรายได้และการลงทุนเพิ่มเติมทั้งหมดหมายถึงประเภทของทุนที่แยกออกต่างหาก ซึ่งจำเป็นต้องทำบัญชีด้วย

Profit

หรือที่เรียกว่ารายได้สุทธิ (Net income) ซึ่งอาจมาในรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการประเมินประสิทธิภาพของบริษัทอย่างไร ซึ่งจะอยู่ที่ด้านล่างของรายการแสดงรายได้ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว Profit อาจมีการจำแนกออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้:

  • อัตรากำไร (Profit margin)
  • กำไรจากการดำเนินงาน (Operating profit)
  • ต้นทุนขาย (COGS หรือ cost of goods sold)
  • กำไรขั้นต้น (Gross profit)

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง Revenue และ Profit

ก่อนจะไปพูดถึงความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 คำ นักลงทุนมือใหม่ควรระลึกไว้เสมอว่าบริษัทอาจเกิด net loss (กำไรเป็นศูนย์) แม้จะสามารถสร้าง revenue ได้เพิ่มก็ตาม นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องการเทียบภาพรวมของ revenue กับ profit

ระดับ Revenue และ Profit

ตามหลักทั่วไป profit จะต้องไม่สูงกว่า revenue เนื่องจากผลรวมที่หักค่าใช้จ่ายไม่สามารถสูงกว่าผลรวมที่รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในตอนแรก

ยอดขาย (Sales)

มือใหม่บางส่วนเข้าใจผิดคิดว่า revenue เป็นยอดขาย (sales) อย่างไรก็ตาม revenue อาจเกี่ยวข้องกับรายได้ประเภทใดก็ตามที่บริษัทได้รับก่อนที่จะหักค่าใช้จ่าย ขณะที่ยอดขาย หมายถึง รายได้ที่เกิดขึ้นโดยตรงสำหรับการแจกจ่ายบริการหรือผลิตภัณฑ์หลักเท่านั้น

ความสำคัญต่อธุรกิจ

ทั้ง revenue และ profit ต่างก็มีความสำคัญต่อบริษัท โดย profit เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการระบุสถานะทางการเงินของธุรกิจพร้อมกับค่าใช้จ่าย หนี้สิน และต้นทุนที่มีการคิดบัญชีไว้อยู่แล้ว

สรุปเกี่ยวกับ Revenue และ Profit

ทั้ง revenue และ profit เป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนอยู่ในงบกำไรขาดทุนของบริษัท ซึ่งช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนกับบริษัทนั้นๆ ดีหรือไม่ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท ยิ่งไปกว่านั้น นอกจาก profit จะแสดงถึงสถานะทางการเงินในปัจจุบันของบริษัทได้แล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสทำรายได้มากขึ้นแม้จะหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปแล้วก็ตาม

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน