ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

อยากเป็น IB (Introducing Broker) ที่ประสบความสำเร็จ ต้องทำอย่างไร?

หลายคนคิดว่าโปรแกรม IB (Introducing broker) เป็นรูปแบบการทำตลาดแบบ Affiliate ในตลาด Forex ซึ่งในความเป็นจริง โปรแกรม IB ของ Forex นั้นมีความยืดหยุ่นมากกว่าสำหรับผู้ที่อยู่ในตลาดการเงินอยู่แล้วและต้องการจะสร้างรายได้ที่มั่นคงแบบไม่ต้องลงแรงให้เหนื่อย

None

การตลาดแบบ Affialiate และการทำ IB มีจุดประสงค์เดียวกันก็คือการนำนักเทรดมายังแพลตฟอร์มการเทรดให้ได้มากที่สุด เพื่อรับค่าคอมมิชชั่นจากการแนะนำ อย่างไรก็ตาม วิธีการนั้นจะแตกต่างกัน เนื่องจากการเป็น IB หมายถึงการเป็นผู้สนับสนุนของโบรกเกอร์ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้กับนักเทรด

รูปแบบโปรแกรมพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายจะสามารถดึงดูดนักเทรดและผู้สนใจลงทุนได้อย่างมาก โดยแต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีวิธีการ รวมถึงโปรโมชั่นที่แตกต่างกันในการดึงดูดลูกค้าให้กับพาร์ทเนอร์

วันนี้ เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างโปรแกรมพาร์ทเนอร์ Forex และการตลาดแบบ Affiliate ตลอดจนวิธีการดำเนินการโปรแกรม IB ให้ประสบความสำเร็จ

ความแตกต่างระหว่าง IB และโปรแกรม Affiliate

ในความเป็นจริง ทั้ง IB และ Affiliate มีเป้าหมายและเครื่องมือคล้ายๆ กัน โดยมีจุดประสงค์คือการนำลูกค้าใหม่มายังโบรกเกอร์ให้ได้มากที่สุด แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองวิธีนั้นแตกต่างกัน ดังนี้:

  • หลักการของ Affiliate คือส่งต่อข้อความสำคัญไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆโดยจะใช้เว็บไซต์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และช่องทางต่างๆ ในการโปรโมท คล้ายๆ กับการตลาดทั่วไป

IB จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา โดยไม่ใช่แค่เพื่อส่งเสริมหรือโปรโมทแบรนด์เท่านั้น แต่ยังให้การสนับสนุนแบบ Peer-to-peer แก่นักเทรดมือใหม่ได้ โดยกุญแจสู่ความสำเร็จก็คือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่าง IB ในฐานะที่ปรึกษาและผู้มีแนวโน้มเป็นลูกค้า หากลูกค้าเริ่มเทรด IB จะได้รับค่าคอมมิชชั่น และยิ่งบรรลุเป้าหมายของโบรกเกอร์มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มมากขึ้น

Industry-best trading conditions
Credit bonus
up to 200% Credit bonus
Industry best trading
conditions Best conditions
Instant deposits
with 0 fees Instant deposits
Join now

พูดให้เข้าใจง่ายๆ IB จะต้องมีความพร้อมในการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ Affiliate จะทำหน้าที่เหมือนผู้โปรโมท โดยที่บริษัทจะไม่ได้สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่ข่าวดีก็คือนักการตลาดแบบ Affiliate มีโอกาสที่จะขยายไปยังโบรกเกอร์แนะนำเสมอ

รูปแบบผลตอบแทนโปรแกรมพาร์ทเนอร์ของโบรกเกอร์ Forex

แน่นอนว่าการเป็น IB อาจต้องมีค่าใช้จ่ายบางส่วนในการดำเนินการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า แต่เมื่อลูกค้าดำเนินการใดๆ ท่านจะได้ผลตอบแทนและรายได้พิเศษเพิ่มเติมจากโบรกเกอร์ ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมมิชชั่นและการจ่ายผลตอบแทน โดยมีรูปแบบการจ่ายผลตอบแทนให้เลือก ดังนี้:

1. Cost Per Acquisition (CPA)

เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจต่างๆ โดยที่พาร์ทเนอร์จะได้รับผลตอบแทนทุกครั้งที่ลูกค้า "เข้าใช้งาน" ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ใช้คลิกลิงก์หรือแบนเนอร์, เปิดบัญชี, ติดตามโฆษณาไปยังหน้า Landing page และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น ในการรับผลตอบแทนแบบ CPA พาร์ทเนอร์จะต้องกระตุ้นให้ผู้ใช้ดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อรับผลตอบแทน

ผลตอบแทนรูปแบบนี้จะค่อนข้างยาก เนื่องจากพาร์ทเนอร์จะต้องติดตามให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะให้คอมมิชชั่นสูงมาก

2. Cost per Lead (CPL)

อีกหนึ่งรูปแบบผลตอบแทนที่ได้รับความนิยมมากๆ โดยพาร์ทเนอร์จะได้รับผลตอบแทนสำหรับการนำรายชื่อลูกค้าที่มีความสนใจในบริการนั้นๆ มายังบริษัท โดยจะมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่น IB เมื่อลูกค้ากรอกแบบฟอร์มต่างๆ หรือลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นหน้าที่ของทีมขายนั่นเอง

3. Rev-Share Model

การจ่ายผลตอบแทนแบบส่วนแบ่งรายได้เป็นค่าคอมมิชชั่นที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากการทำธุรกรรมที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะขึ้นอยู่กับประมาณการเทรดของลูกค้า ยิ่งมีลูกค้าเทรดมาก โบรกเกอร์ก็จะจ่ายค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มมากย่ิงขึ้น

มีรูปแบบส่วนแบ่งผลตอบแทนให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

  • ผลตอบแทนคงที่สำหรับการเทรดทุกๆ ล็อต
  • เปอร์เซ็นต์จากค่าคอมมิชชั่นทั้งหมด
  • คิดเป็นหน่วย Pips ต่อล็อต

โปรแกรม IB ในปัจจุบันจะเป็นระบบแบบหลายๆ ระดับ ซึ่งจะไม่เพียงแค่กระตุ้นให้ IB สามารถแนะนำบริการต่างๆ กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทอื่นๆ ที่มีความสนใจ เพื่อให้ท่านสามารถขยายเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ที่มั่นคงตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

วิธีทำโปรแกรม IB ให้ประสบความสำเร็จ?

กุญแจสู่ความสำเร็จของการเป็น IB คือการจัดหาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพให้กับพาร์ทเนอร์เพื่อให้มีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด ไม่อย่างงั้น พาร์ทเนอร์ก็อาจจะหนีไปหาโบรกเกอร์อื่นที่มีเงื่อนไขและข้อเสนอที่ดีกว่า

ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จส่วนใหญ่ก็จะขึ้นอยู่กับการแนะนำตัวของโบรกเกอร์เอง ซึ่งจะต้องพัฒนาระบบที่มีการจัดการที่ดีและตรงตามมาตรฐานของตลาด เนื่องจากลูกค้าต่างก็กำลังมองโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด ตลอดจนเครื่องมือที่ช่วยให้มั่นใจว่าดีลแต่ละรายการมีความยืดหยุ่นอย่างมาก

ขั้นตอนในการทำโปรแกรม IB ให้ประสบความสำเร็จ มีดังนี้:

  1. มองหาค่าตอบแทนที่น่าสนใจ ในฐานะผู้แนะนำโบรกเกอร์ เชื่อว่าท่านก็จะต้องคำนึงถึงรายได้ที่เหมาะสมเป็นอย่างแรก ดังนั้น ท่านต้องเลือกรูปแบบการจ่ายผลตอบแทนที่ตรงกับความต้องการของท่าน และคำนวณดูว่าการเป็นพาร์ทเนอร์กับโบรกเกอร์นั้นๆ คุ้มค่ากับกำไรที่จะได้รับหรือไม่
  2. ช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ พยายามให้ผู้มีแนวโน้มเป็นลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วม และพยายามทำให้ธุรกิจของแพลตฟอร์มเติบโตในลักษณะเดียวกับที่ท่านทำให้ธุรกิจของท่าน อย่าปล่อยให้ลูกค้าต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความยากลำบากเพียงคนเดียว แต่ควรแนะนำให้พวกเขามั่นใจที่จะเทรดได้เองในที่สุด
  3. โปรโมทโปรแกรม IB อีกหนึ่งกุญแจสู่ความสำเร็จคือการขยายครอบครัวนักเทรดของท่านให้เติบโตยิ่งขึ้น หากท่านสร้างเครือข่ายกับเทรดเดอร์ที่มีความสนใจในการเทรดอย่างสม่ำเสมอ ท่านก็จะมีรายได้ที่มั่นคง ทั้งนี้ต้องอาศัยเครื่องมือและโปรโมชั่นต่างๆ ที่โบรกเกอร์จัดเตรียมให้ด้วยเช่นกัน

หากท่านสามารถสร้างชื่อเสียงในวงการ Forex โดยอาศัยชุดเครื่องมือและทรัพย์สินที่น่าสนใจของโบรกเกอร์นั้นๆ ได้ ท่านก็จะประสบความสำเร็จในฐานะ IB และรับรายได้ที่มั่นคงแบบไม่ยาก

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน