Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

หุ้นบลูชิพ (Blue Chip Stock) คืออะไร? น่าลงทุนจริงไหม?

“หุ้นบลูชิพ” หรือ “Blue chip stock” คือ หุ้นของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ที่มีขนาดใหญ่ มีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในหมู่นักลงทุนและคนทั่วไป หรือพูดง่ายๆ ก็คือบริษัทที่มีผลประกอบการและสถานะทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาวนั่นเองครับ ทำให้หุ้นของบริษัทเหล่านี้กลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักลงทุนที่คาดหวังจะได้รับเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง

None

แน่นอนว่าหุ้นที่หลายท่านกำลังนึกถึงในตอนนี้ก็คือหุ้นที่ออกโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรม โดยตัวอย่างหุ้นบลูชิพที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ หุ้นของ Coca-Cola, IBM และ Boeing เป็นต้น เอาล่ะครับ ในบทความวันนี้ เราจะมาพูดคุยกันว่าหุ้นบลูชิพนั้นปลอดภัยน่าลงทุนจริงหรอืเปล่า? แล้วจะเทรดหุ้นบลูชิพยังไงเพื่อทำให้พอร์ตมีความเสี่ยงน้อยและโตขึ้นได้ในระยะยาว

Blue Chip Stock คืออะไร? หุ้นบลูชิพมีลักษณะอย่างไร?

เมื่อพูดถึงหุ้นบลูชิพ ถึงแม้ว่านักเทรดส่วนใหญ่จะนึกถึงผลตอบแทนของหุ้นดังกล่าวในรูปแบบเงินปันผลเป็นหลัก แต่เงินปันผลนั้นไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียวที่ทำให้หุ้นต่างๆ ถูกจัดอยู่ในประเภทหุ้นบลูชิพนะครับ แต่ก่อนอื่นต้องขอท้าวความถึงที่มาของบลูชิพกันก่อนครับ คำว่า “บลูชิพ” นั้นมาจากในแวดวงคาสิโน หรือวงไพ่โป๊กเกอร์ ซึ่งเป็นการพูดถึงเหรียญสีฟ้าในคาสิโนที่ถือเป็นเหรียญที่มีมูลค่าสูงสุด แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดล่ะครับ เพราะการเทรดหุ้นนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับการเล่นพนันอย่างในคาสิโนเลยครับ

กลับมาที่หุ้นบลูชิพกันต่อ หุ้นประเภทนี้เป็นหุ้นที่ถูกนำไปรวบรวมคิดเป็นดัชนีตลาดที่เรารู้จักกันดีอย่าง S&P 500, TSX-60, FTSE และดัชนีอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังคงถกเถียงกันว่าการจะเป็นหุ้นกลุ่มบลูชิพนั้นต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ในขณะที่บางท่านก็บอกว่าหุ้นกลุ่มนี้ต้องมี Market cap หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากกว่า 5 พันล้านเหรีญขึ้นไป หรือบางท่านก็บอกว่าต้องเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านดีเท่านั้น แต่ยังเพิ่งนำหลักการเหล่านั้นมาตัดสินล่ะครับ เพราะนั่นไม่ใช่ข้อกำหนดที่แน่นอน และยังมีหุ้นดีๆ อีกมากมายที่ถึงแม้จะไม่เข้าเงื่อนไขเหล่านี้ แต่ก็สามารถให้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจและคุ้มค่าสำหรับการลงทุนมากเลยทีเดียว

วิธีดูหุ้น Blue Chip Stock

มาต่อกันที่คำถามว่า “จะรู้ได้ยังไงว่าหุ้นไหนเป็นหุ้นบลูชิพ?” ซึ่งหลายคนอาจมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่า “ก็หุ้นใหญ่ๆ หน่ะสิ” แต่นั่นอาจไม่จริงเสมอไปครับ นอกจากจะดูแค่ว่าเป็นหุ้นนั้นเป็นหุ้นใหญ่หรือไม่ นักเทรดยังต้องพิจารณาอีกว่าหุ้นนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน ก็เหมือนการพาคนรู้ใจของท่านไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ญาติพี่น้องที่บ้านนั่นแหละครับ นอกจากลักษณะภายนอกแล้ว ยังต้องดูด้วยว่าคนของท่านสร้างความน่าเชื่อถือให้ครอบครัวของท่านได้ขนาดไหน

Keadaan perdagangan terbaik di industri
Deposit bonus
sehingga 200% Deposit bonus 
sehingga 200%
Spread
dari 0 pip Spread 
dari 0 pip
Penganugerahan platform
Copy Trading Penganugerahan platform 
 Copy Trading
Sertai serta-merta

บริษัทเจ้าของหุ้นบลูชิพเป็นบริษัทที่ได้รับการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและมีผลประกอบการมั่นคงเป็นระยะเวลาหลายปี และถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤติทางการเงินต่างๆ แต่บริษัทเหล่านั้นก็ยังสามารถเอาตัวรอดและทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ลองสังเกตุดูนะครับว่าหุ้นของบริษัทที่ท่านกำลังจะลงทุนด้วย มีองค์ประกอบในการเป็นหุ้นบลูชิพ 3 ข้อหลักเหล่านี้หรือไม่? ซึ่งได้แก่

  • มูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้น: นอกจากมูลค่าตลาด หรือ Market cap จะใช้บอกขนาดของบริษัทได้แล้ว มันยังสามารถบอกระดับมูลค่าทรัพย์สินต่างๆ ของบริษัทได้อีกด้วย ซึ่งอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าหุ้นบลูชิพส่วนใหญ่จะมี Market cap ตั้งแต่ 5 พันล้านเหรียญขึ้นไป
  • ความสามารถในการเติบโต: บริษัทชั้นนำจะต้องมีความน่าเชื่อถือ และเติบโตได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง มีชื่อเสียงในด้านดี เป็นการการันตีว่าบริษัทจะมีกำไรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
  • เงินปันผล: ถึงแม้จะไม่ใช่หุ้นบลูชิพทุกตัวที่จะมีการจ่ายเงินปันผล แต่หุ้นบลูชิพส่วนใหญ่ก็มักจะจ่ายเงินปันผลตอบแทนให้กับนักลงทุนผู้ถือหุ้น ซึ่งก็เป็นการยืนยันได้ว่าหุ้นเหล่านี้มีประสิทธิภาพและความสามารถที่จะเติบโตต่อเนื่องโดยไม่ต้องอัดเงินลงทุนเพิ่มเติม แถมยังมีเงินเหลือมาจ่ายผลตอบแทนคืนให้กับผู้ร่วมลงทุน

หุ้นบลูชิพไร้ความเสี่ยงจริงไหม?

เอาล่ะครับ แม้ว่าเราได้ย้ำกันมาแล้วหลายครั้งว่าหุ้นบลูชิพนั้นเป็นหุ้นของบริษัทที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ แต่ก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่พิสูจน์ว่าหุ้นเหล่านี้ก็อาจมาพร้อมกับความเสี่ยงได้เช่นกัน อย่างเช่นในปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจมีการถดถอย ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors and Lehman Brothers ล้มละลายไม่เป็นท่า กลายเป็นหายนะสำหรับนักลงทุนผู้ร่วมถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าชื่อเสียงของบริษัทอาจไม่สามารถการันตีความปลอดภัยในการลงทุนได้เสมอไป ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงขอแนะนำให้เทรดเดอร์ทุกท่านเลือกกระจายการลงทุนทั้งหุ้นที่อยู่ในกลุ่มหุ้นบลูชิพ หุ้นขนาดกลาง และหุ้นขนาดเล็ก เพื่อบริหารความเสี่ยงในการลงทุนของท่าน

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน