Trend Reversal Indicator: อินดิเคเตอร์ที่ดีที่สุด เพื่อหาจุดกลับตัวของเทรนด์ บน MT4

เราเชื่อว่าเทรดเดอร์ทุกท่าน ไม่พลาดที่จะต้องงัดเครื่องไม้เครื่องมือ หรือ กลยุทธ์และวิธีการเทรดทั้งหมดที่ท่านได้เรียนรู้ มาใช้จับจังหวะที่ราคาจะแกว่งตัวขึ้นสูงสุดหรือดิ่งลงต่ำสุดให้ได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่ว่าท่านจะใช้เครื่องมือใดๆ ก็ตาม จะเห็นได้ว่าแพทเทิร์นกราฟแท่งเทียน (Candlestick pattern) นั้นเป็นองค์ประกอบหลักในการ วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical analysis) หรือ พิจารณาพฤติกรรมราคา (Price action) โดยมีตัวบ่งชี้ หรือ อินดิเคเตอร์ ที่สำคัญอย่าง Fibonacci, แนวรับ และแนวต้าน เป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่กราฟราคาพุ่งไปในทิศทางที่เทรดเดอร์ไม่คาดคิดมาก่อน ท่านก็อาจจะจนมุมและไม่รู้ว่าจะเทรดต่อไปอย่างไรดี เชื่อได้เลยว่า อินดิเคเตอร์วัดการกลับตัวของเทรนด์จะช่วยไม่ให้ท่านต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน แต่จะช่วยให้ท่านทำกำไรจากการเทรดในระหว่างวันได้แทน!

แนะนำอินดิเคเตอร์วัดจุดกลับตัวของเทรนด์ (Trend Reversal Indicator)

เทรดเดอร์หลายท่านอาจคิดว่าอินดิเคเตอร์เหล่านั้น เป็นเครื่องมือเพียงประเภทเดียวที่นักเทรด forex จำเป็นต้องมี แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า เครื่องมือเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอสำหรับการเทรดจริงๆ จึงเป็นสาเหตุให้นักเทรดมืออาชีพจำนวนมากไม่เพียงแค่ใช้อินดิเคเตอร์เพื่อติดตามทิศทางของแนวโน้ม แต่หันมาใช้อินดิเคเตอร์วัดจุดกลับตัวของเทรนด์ หรือ Trend reversal indicator เพื่อคว้าโอกาสในการทำกำไรจากการกลับตัวของราคา ในจังหวะที่ตลาดเกิดการกลับตัว

พูดง่ายๆ ก็คือ เครื่องมือที่ว่านั้น ทำให้ท่านทราบว่าเมื่อไหร่ที่เทรนด์กำลังจะเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้าม โดยนอกจากจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจับจังหวะที่ดีที่สุดในการเข้าหรือออกจากตลาดได้แล้ว ยังช่วยระบุสภาวะเทรดที่ดีที่สุดได้อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น การรู้จักใช้อินดิเคเตอร์ที่ดีที่สุดในการวัดการกลับตัวของเทรนด์ยังทำให้เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์เทรดใหม่ๆ ได้ด้วยความเสี่ยงที่น้อยลง สิ่งที่ท่านจะต้องเรียนรู้ก็เพียงแค่หลักการพื้นฐานในการใช้งานเครื่องมือ ดังต่อไปนี้:

  • เส้นแนวโน้ม (Trend Line)
  • MACD
  • เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)
  • Swing Pivot
  • Fibonacci เป็นต้น

หากท่านสามารถใช้งานอินดิเคเตอร์เหล่านี้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ชี้วัดการกลับตัวของเทรนด์ได้อย่างคล่องแคล่วล่ะก็… ท่านจะไม่ตกอยู่ในหลุมพรางความเสี่ยงของการเทรดอย่างแน่นอนครับ!

หน้าที่หลักของตัวบ่งชี้การกลับตัวของเทรนด์ คือ การระบุสัญญาณเทรด หรือ สัญญาณซื้อขายที่ชัดเจน ในการเทรดคู่เงิน forex บนกราฟ MT4 และยังสามารถใช้สำหรับการเทรดตราสารอื่นๆ ได้อีกด้วย แต่อย่าลืมเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ล่ะครับ

จริงอยู่ที่ว่า การอ่านอินดิเคเตอร์ประเภทนี้นั้นไม่ง่ายเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าเทรดเดอร์จะต้องทำความเข้าใจอินดิเคเตอร์หลายๆ ชนิดพร้อมๆ กัน รวมไปถึงวิธีในการอ่านอินดิเคเตอร์เหล่านั้นในกราฟราคาจริง แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้ล่ะครับ เราเป็นกำลังใจให้ และเราเชื่อว่าทุกท่านคงใช้งานอินดิเคเตอร์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด

จะดีที่สุด หากท่านสามารถทดลองใช้อินดิเคเตอร์เหล่านั้นระหว่างการเทรดได้ แบบไร้ความเสี่ยง ด้วย บัญชีเดโม่ ฟรี! จาก MTrading เทรดเสมือนจริงในสภาวะตลาดแบบเรียลไทม์ ด้วยเงินจำลอง ที่ถึงแม้จะเทรดผิดพลาด ก็ไม่ขาดทุนจริงเสียหน่อย ลองเทรดเลย!

เปิดบัญชีเดโม่จากลิงก์นี้ได้เลย

ข้อดีของอินดิเคเตอร์ชี้วัดการกลับตัวของเทรนด์ (Trend Reversal Indicator)

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ อินดิเคเตอร์ประเภทนี้ทำให้เทรดเดอร์สามารถระบุตำแหน่งสูงสุดในการแกว่งตัวเมื่ออยู่ในสภาวะตลาดขาขึ้น และระบุการแกว่งตัวไปยังจุดต่ำสุดในจังหวะตลาดขาลง ซึ่งเมื่อท่านระบุตำแหน่งเหล่านั้นได้ ท่านก็จะรู้จังหวะที่ตลาดจะเกิดการกลับตัวได้ในที่สุด

*Swing High (SH): แท่งราคาสูงสุด ที่อยู่ตรงกลางระหว่างแท่งราคา Lower high (LH) 2 แท่งก่อนหน้า และ lower high (LH) 2 แท่งด้านหลัง

ท่านสามารถตั้งออเดอร์เทรดได้ง่ายๆ โดยการพิจารณาและใช้จุดเหล่านั้นเป็นตำแหน่งในการเปิดและปิดออเดอร์นั่นเองครับ อย่างที่เราได้อธิบายไปแล้วว่า ถึงแม้อินดิเคเตอร์ชี้วัดการกลับตัวของเทรนด์จะแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของเทรนด์ด้วยเช่นกัน แต่หน้าที่หลักของมัน คือ การระบุตำแหน่งการแกว่งตัวของราคาไปยังจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดต่างหากล่ะครับ

อินดิเคเตอร์ชี้วัดจุดกลับตัวของเทรนด์มีหลักการทำงาน ดังนี้: อินดิเคเตอร์จะจับตำแหน่งจุดตัดระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving average) ที่เกิดจากการปรับแต่งตั้งค่า 2 เส้น หรือที่เทรดเดอร์เรียกกันโดยย่อว่า MKNC4 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะปรากฎให้เห็นในหน้าต่างอินดิเคเตอร์ที่แยกออกมา และมีเงื่อนไขหลัก 2 ประการที่เทรดเดอร์ควรทราบ ได้แก่:

  • MKNC4 ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จะอยู่ในระดับสีฟ้า
  • สีแดง หมายถึง ระดับ MKNC4 ที่เกิดขึ้นแบบช้าๆ

เมื่อเส้น MA ทั้ง 2 เส้นตัดกัน และมี MKNC4 ที่รวดเร็ว อยู่เหนือกว่า MKNC4 ที่ช้า นั่นหมายความว่า ตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้น (Uptrend) ซึ่งเป็นสัญญาณในการซื้อ (Buying signal) แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ MKNC4 ที่รวดเร็ว อยู่ต่ำกว่า MKNC4 ที่ช้า นั่นแสดงว่าตลาดอยู่ในจังหวะขาลง (Downtrend) ซึ่งก็คือสัญญาณในการขาย (Selling signal) นั่นเองครับ

วิธีอ่านอินดิเคเตอร์วัดการกลับตัวของเทรนด์

หากเทรดเดอร์ลองทำความเข้าใจดูดีๆ ก็จะพบว่า การอ่านอินดิเคเตอร์วัดการกลับตัวของเทรนด์นั้นไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อนขนาดนั้น โดยมีสัญญาณทั่วไปเพียง 3 อย่าง ที่ท่านจะต้องพิจารณา ได้แก่:

  1. สัญญาณซื้อ – เมื่อจุดสีฟ้าอยู่เหนือกว่าจุดสีแดง ท่านอาจเปิดออเดอร์ Long
  2. สัญญาณขาย – เมื่อจุดสีแดงอยู่เหนือกว่าจุดสีฟ้า ท่านอาจเปิดออเดอร์ Short เพื่อขายสินทรัพย์ที่ท่านถืออยู่
  3. ปิดการเทรด – เมื่อท่านเห็นสัญญาณที่ตรงกันข้ามกันเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ นั่นเป็นจังหวะที่ท่านจะต้องปิดออเดอร์ที่เปิดอยู่

พึงระลึกไว้เสมอว่า จะเป็นการดีที่สุดหากท่านใช้อินดิเคเตอร์วัดการกลับตัวของเทรนด์ ร่วมกับอินดิเคเตอร์วิเคราะห์กราฟเทคนิคชนิดอื่นๆ เพราะอินดิเคเตอร์เพียงชนิดเดียวอาจไม่สามารถบอกข้อมูลที่มากเพียงพอสำหรับการตัดสินใจเทรดได้ ท่านจะต้องใช้เครื่องมือเหล่านั้นประกอบกับกลยุทธ์การเทรดของท่าน เพื่อยืนยันความแม่นยำของสัญญาณเทรดต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเทรด และการขาดทุนได้เป็นอย่างดี

วิธีเพิ่มอินดิเคเตอร์ลงบน MT4 (WebTrader) โดยไม่ต้องติดตั้ง

เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ หรือ รับชมขั้นตอนในวิดีโอด้านล่างนี้:

  1. เปิด บัญชีเดโม่ ฟรี หากท่านมีบัญชีเดโม่อยู่แล้ว สามารถ Log in บน WebTrader ได้เลย
  2. WebTrader จะรันขึ้นมาโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากโปรแกรมไม่รันขึ้นมา ท่านสามารถ log in โดยใช้ชื่อผู้ใช้ของบัญชีเดโม่ได้ทันที
  3. ไปที่เมนู Insert -> Indicators แล้วเลือกอินดิเคเตอร์ที่ท่านต้องการได้เลย หากท่านต้องการลบอินดิเคเตอร์ที่ท่านไม่ต้องการออกไป สามารถดูขั้นตอนได้ในวิดีโอ ด้านล่างนี้

การเทรดของท่านจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หากท่านเรียนรู้ที่จะใช้งาน อินดิเคเตอร์ forex อื่นๆ

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน