กลยุทธ์การเทรดแบบรายวัน (Day Trading Strategy)


การเทรดระหว่างวันเป็นหนึ่งในวิธีการเทรดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมาอย่างยาวนาน สัญญาณการเข้าซื้อรายวัน (Daily trading signals) ที่ได้จากกลยุทธ์การเทรดฟอเร็กรายวัน (Forex daily strategy) เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเทรดของคุณนั้นประสบความสำเร็จ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เทคนิคแบบการเดย์เทรดและระบบเทรดทั้งหมดนั้นจะมีลักษณะที่เหมือนกัน

คุณอาจเริ่มสงสัยแล้วว่าคุณควรจะเทรดระยะสั้นหรือระยะยาวดี? แท้จริงแล้ว การตัดสินใจเป็นตัวสำคัญที่กำหนดกลยุทธ์และมุมมอง (Mindset) การเทรดของคุณ

ซึ่งในทางตรงกันข้ามนั้น คุณอาจจะรู้สึกว่าวิธีการเทรดระยะยาวง่ายกว่า ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านความเครียดที่เกิดขึ้นน้อยจากการตัดสินใจซื้อขายที่น้อยครั้ง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่มีวิธีการซื้อขายไหนที่มีความเครียดน้อยกว่ากัน

การตัดสินใจซื้อขายนั้นจะเป็นตัวกำหนดว่าวิธีการเทรดแบบไหนที่เหมาะสมกับบุคลิกของคุณ ซึ่งในการที่จะรู้เช่นนั้นได้คุณต้องเริ่มต้นซื้อขายดูก่อนสำหรับตอนนี้ เรากำลังจะเสนอให้คุณทราบถึงเทคนิคการเทรดที่แตกต่างไปจากเดิมรวมถึงเคล็ดลับการเดย์เทรดฟอเร็ก (Forex day trading)


การเดย์เทรด คืออะไร?

คำนิยามของการเดย์เทรดฟอเร็ก คือ การถือสถานะซื้อขายค้างไว้ไม่เกิน 1 วัน แต่ให้ทำความเข้าใจไว้ว่า สัญญาณและการเปิดสัญญาซื้อขายโดยใช้กลยุทธ์เดย์เทรด ไม่ใช่วิธีการเทรดแบบเก็งกำไรระยะสั้น (scalping) ซึ่งการเทรดเก็งกำไรระยะสั้น (scalping) คือ การถือสัญญาการซื้อขายไม่เกิน 2 นาที

ประโยชน์สำคัญของการเดย์เทรด คือความจริงที่ว่าเงินทุนของคุณจะมีความเสี่ยงในช่วงระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้น หากการตัดสินใจซื้อขายของคุณนั้นผิด คุณจะรู้ได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 – 3 ชั่วโมง หรือภายในวันที่ทำการเทรดนั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่จะลดความเสี่ยงการเทรดของคุณและคุณสามารถใช้การเทรดนี้เป็นระบบเทรดใหม่สำหรับตัวคุณเอง การเทรดระยะสั้นจะใช้เงินทุนที่น้อยกว่าการเทรดระยะยาว เพราะว่าการเทรดระยะยาวจะต้องใช้เงินทุนในปริมาณที่เยอะมาก

จากการใช้ระบบเทรดระยะสั้น คุณสามารถกำหนดอัตราส่วนความคุ้มค่า (risk/reward) ต่อการเทรดแต่ละครั้งได้ นี่เป็นเพราะว่าการเทรดระยะสั้นระหว่างวันหรือการสวิงเทรดในสัปดาห์ คุณสามารถระบุเป้าหมายกำไรและความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน หลังจากคุณทำความเข้าใจในส่วนนี้แล้ว คุณจะสามารถวางแผนในการเข้าซื้อหรือขายในการเทรดแต่ละครั้งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณใช้ระบบเทรดที่สามารถล็อกผลกำไรได้

อีกทั้งการเทรดระยะสั้นจะทำให้คุณกำหนดคำสั่งการซื้อขายได้ ตรงส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดการคำสั่งซื้อขายของคุณระหว่างวันได้ดียิ่งขึ้น

การหาระบบเดย์เทรดฟอเร็กที่ดีที่สุด เป็นเหมือนการค้นหาระบบเทรดที่ให้ผลกำไรอย่างยั่งยืนและดีที่สุด แต่จงเข้าใจไว้ว่าถึงแม้จะมีระบบเทรดฟอเร็กที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งคือการมีระบบการบริหารจัดการเงินที่ดี ซึ่งคุณไม่สามารถแยกระบบเทรดและการบริหารจัดการเงินทุนออกจากกันได้ ในตอนนี้มีระบบเดย์เทรดมากมาย แต่เราเลือกระบบเทรดที่เป็นหนึ่งในระบบเดย์เทรดฟอเร็กที่ดีที่สุด


กลยุทธ์เดย์เทรด : 2 EMA Bounce

กลยุทธ์เดย์เทรดนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ และมือใหม่ทุกคนควรทดลองเทรดในบัญชีทดลองก่อน หลังจากสามารถทำกำไรในบัญชีทดลองได้อย่างน้อย 2 เดือนแล้ว จึงควรเทรดในบัญชีซื้อขายจริง

กรอบเวลา (TF) : 15 นาที, 1 ชั่วโมง, 4 ชั่วโมงและกราฟรายวัน แต่สำหรับผู้เริ่มต้น เราแนะนำให้ใช้กรอบเวลา 4 ชั่วโมง

คู่เงิน : EUR/USD, GBP/USD, USD/CHF, EUR/JPY, USD/JPY, AUD/USD, NZD/USD

อินดิเคเตอร์:

Exponential Moving Average 7-period (EMA7, สีน้ำเงินในตัวอย่าง)

Exponential Moving Average 21-period (EMA21, สีแดงในตัวอย่าง)

เงื่อนไขในการเข้าซื้อ (long):

วิเคราะห์ว่าราคานั้นเป็นขาขึ้น โดยสังเกตจากรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. เส้น EMA7 อยู่เหนือเส้น EMA21

2. เส้น EMA21 ยกตัวขึ้นหรือเป็นแนวราบ (ความชันของเส้น EMA21 ควรมีความชันเป็นบวก)

3. ราคาที่เทรดได้ต้องอยู่เหนือเส้น EMA7 และเส้น EMA21

เมื่อเราแน่ใจว่าราคานั้นเป็นขาขึ้น เราต้องเราให้ราคาย่อตัวลงมา (retracement) รอให้ราคาย่อตัวต่ำกว่าเส้น EMA ที่สูงที่สุด เพื่อให้ราคาอยู่ระหว่างเส้น EMA 2 เส้น จากนั้นให้แท่งเทียนลงมาแตะที่เส้น EMA21 (หรือลงต่ำกว่าเส้น EMA21 เพียงเล็กน้อย)

หลังจากเราเห็นว่าราคามีการย่อตัวลงมาแตะเส้น EMA21 หรือต่ำกว่า EMA21 เพียงเล็กน้อยแล้ว เราจึงส่งคำสั่งซื้อ (buy stop) โดยให้ห่างจากราคาสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า 1 พิพ (บวกค่าสเปรดแล้ว) เมื่อราคาขยับเหนือกว่าราคาสูงสุดของแท่งเทียนก่อนหน้าเกินกว่า 1 พิพ (บวกค่าสเปรดแล้ว) เราจึงเข้าซื้อ (long)

จุดตัดขาดทุน: กำหนดจุดตัดขาดทุนที่ระดับต่ำกว่าการย่อตัวก่อนหน้าเป็นระยะ 5 พิพ

เป้ากำไร: คุณสามารถใช้ค่า Pivot point ที่ระดับใดๆ ก็ได้เป็นเป้ากำไร หรือจะกำหนดเป้ากำไรดังต่อไปนี้

กลยุทธ์ทำกำไรแบบที่ 1: เป้ากำไรควรเป็นระยะ 2 เท่าของระยะตัดขาดทุน เช่น ถ้าราคาเข้าซื้อที่ 1.1250 และเราตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1.1200 การขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น คือ 50 พิพ ดังนั้นเป้ากำไรควรอยู่ที่ประมาณ 100 พิพ คือ 1.1350

กลยุทธ์ทำกำไรแบบที่ 2: การใช้กลยุทธ์นี้ เราต้องดูความชันของเส้น EMA7 เมื่อเส้น EMA7 เปลี่ยนทิศทางเป็นขาลง เราควรที่จะตัดขาดทุนทันที

ตัวอย่างการเข้าซื้อ

เงื่อนไขสัญญาณซื้อขายสำหรับออเดอร์ Sell (Sell Trades):

วิเคราะห์ว่าราคานั้นเป็นขาลง โดยสังเกตจากรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. เส้น EMA7 อยู่ต่ำกว่าเส้น EMA21

2. เส้น EMA21 มีแนวโน้มลงหรือเป็นแนวราบ (ความชันของเส้น EMA21 ควรมีความชันเป็นลบ)

3. ราคาที่เทรดได้ต้องอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA7 และเส้น EMA21

เมื่อเราแน่ใจว่าราคานั้นเป็นขาลง เราต้องเราให้ราคาเด้งขึ้นมา (pullback) รอให้ราคาเด้งสูงกว่าเส้น EMA ที่ต่ำที่สุด เพื่อให้ราคาอยู่ระหว่างเส้น EMA 2 เส้น จากนั้นรอให้แท่งเทียนเด้งขึ้นมาแตะที่เส้น EMA21 (หรือเด้งสูงกว่าเส้น EMA21 เพียงเล็กน้อย)

หลังจากเราเห็นว่าราคามีการเด้งขึ้นมาแตะเส้น EMA21 หรือสูงกว่า EMA21 เพียงเล็กน้อยแล้ว เราจึงส่งคำสั่งขาย (sell stop) โดยให้ห่างจากราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้า 1 พิพ (บวกค่าสเปรดแล้ว) เมื่อราคาขยับต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้ามากกว่า 1 พิพ (บวกค่าสเปรดแล้ว) เราจึงขาย (short)

จุดตัดขาดทุน: กำหนดจุดตัดขาดทุนที่ระดับสูงกว่าการเด้งของราคาก่อนหน้าเป็นระยะ 5 พิพ

เป้ากำไร: คุณสามารถใช้ค่า Pivot point ที่ระดับใดๆ ก็ได้เป็นเป้ากำไร หรือจะกำหนดเป้ากำไรดังต่อไปนี้

กลยุทธ์ทำกำไรแบบที่ 1: เป้ากำไรควรเป็นระยะ 2 เท่าของระยะตัดขาดทุน เช่น ถ้าราคาขาย (short) อยู่ที่ 1.1250 และเราตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1.1300 การขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้น คือ 50 พิพ ดังนั้นเป้ากำไรควรอยู่ที่ประมาณ 100 พิพ คือ 1.1150

กลยุทธ์ทำกำไรแบบที่ 2: การใช้กลยุทธ์นี้ เราต้องดูความชันของเส้น EMA7 เมื่อเส้น EMA7 เปลี่ยนทิศทางเป็นขาขึ้น เราควรที่จะตัดขาดทุนทันที

ตัวอย่างการขาย (short)


เราหวังว่ากลยุทธ์การเดย์เทรดฟอเร็กนี้จะช่วยให้คุณสร้างผลตอบแทนได้จากการลงทุนและหวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการเทรด

การันตีด้วยรางวัล

award1 award2 award3 award4