ตลาดฟอเร็กซ์ทำงานอย่างไร

ผู้เริ่มต้นมักจะขาดความรู้เกี่ยวกับวิธีการเทรดฟอเร็กซ์ หรือตั้งข้อสงสัยในประสิทธิภาพของมัน เทรดเดอร์บางรายเริ่มซื้อขายด้วยแรงจูงใจที่ไม่ถูกต้อง มีเป้าหมายที่ไม่สมเหตุสมผล พร้อมด้วยความโลภหรือความเร่งรีบ บทความนี้จะช่วยเทรดเดอร์ไขปริศนาที่ซับซ้อน ของการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ก่อนที่คุณจะเริ่มเล่นเกมใดๆ คุณต้องรู้กฎของมัน หากชัยชนะคือสิ่งที่คุณเข้ามาแสวงหา คุณจะต้องเข้าถึงทุกรายละเอียด และฝึกฝนกลวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแกร่ง ผู้เริ่มต้นมักจะขาดความรู้เกี่ยวกับวิธีการซื้อขายฟอเร็กซ์ หรือตั้งข้อสงสัยในประสิทธิภาพของมัน เทรดเดอร์บางรายเริ่มซื้อขายด้วยแรงจูงใจที่ไม่ถูกต้อง มีเป้าหมายที่ไม่สมเหตุสมผล พร้อมด้วยความโลภหรือความเร่งรีบ พวกเขาขาดความพยายาม ดังนั้น พวกเขาจึงล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะช่วยเทรดเดอร์ไขภาพปริศนาอันซับซ้อน ของการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

หัวข้อหลัก

อุปสงค์และอุปทาน

แผนผังของอุตสาหกรรมการเทรด

สิ่งต่างๆ ทำงานอย่างไรในตลาดสากล

● การวิเคราะห์เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการเทรด

มุมมองตามความเป็นจริง เกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์

ราคาซื้อขายบนกระดานและสภาพคล่องของฟอเร็กซ์

กลไกการซื้อขายฟอเร็กซ์


อุปสงค์และอุปทาน: รูปการณ์แบบเค้กแครอท

อุปทาน หมายถึง จำนวนของสินค้าที่มีอยู่ อุปสงค์ หมายถึง จำนวนคนที่ต้องการสินค้าเหล่านั้น เมื่ออุปทานของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ราคาของผลิตภัณฑ์จะลดลง และความต้องการสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาถูกลง

ลองนึกภาพคุณกำลังจะซื้อแครอทสำหรับทำเค้กแครอทในวันอาทิตย์ที่เงียบเหงา มีผู้ขายรายเดียวในพื้นที่ และมีจำนวนแครอทที่เท่าที่คุณต้องการ คุณต่อรอง ตกลงราคา และแลกเปลี่ยนจำนวนเงินที่กำหนดไว้สำหรับซื้อแครอทเหล่านััน ลูกค้าและผู้ขายต่างได้รับสิ่งที่ตนเองตั้งใจไว้


วันรุ่งขึ้นสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และมีผู้ขายสองรายที่ขายแครอท อุปทานวันนี้มีมากขึ้น ผู้ขายสองรายเทียบกับลูกค้าหนึ่งราย การแข่งขันระหว่างผู้ขายผลักดันให้ราคาลดลงเนื่องจากทั้งคู่ต่างตระหนักดีว่า: คุณอาจจะซื้อจากรายที่ราคาถูกกว่า โดยสมมติว่าคุณสมบัติอื่นๆ มีความเท่าเทียมกัน ราคาใหม่นี้ จึงนำไปสู่ข้อตกลงกับหนึ่งในผู้ขาย

หรือมิฉะนั้น คุณอาจต้องตามล่าหาแครอทอีกครั้ง: เค้กอร่อยมาก จนลูกๆของคุณขอให้คุณทำเพิ่มอีก เพื่อนบ้านของคุณก็ชอบเค้กเหมือนกัน และตอนนี้ก็ยอมตายเพื่อหาซื้อแครอทมาทำเค้กแครอท เมื่อผู้ขายเห็นคุณสองคนง่วนอยู่กับตะกร้าแครอท จึงทำการขึ้นราคา โดยรู้ว่าวันนี้มีผู้ขายรายเดียวเท่านั้นที่เปิดร้าน

นอกจากนี้ หากผู้ขายแครอทคนใดคนหนึ่งปิดตัวธุรกิจลงไปในฤดูกาลนี้ ทั้งคุณและเพื่อนบ้านของคุณก็คาดได้เลยว่า ราคาแครอทจะเพิ่มสูงขึ้นก่อนที่คุณจะปรากฏตัวที่ร้านเสียอีก รูปการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์

หากเราเปรียบเทียบรูปการณ์แบบเค้กแครอท กับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเราจะเห็นว่า ทุกครั้งที่มีการซื้อสกุลเงินหนึ่ง ความต้องการส่วนเกินจะปรากฏขึ้น ผลักราคาให้สูงขึ้น และทำลายความสมดุลย์ ในทางกลับกัน เมื่อสกุลเงินใดถูกเทขาย อุปทานส่วนเกินจะปรากฏขึ้นแทน และทำให้ราคาลดลง

จำนวนของผลกระทบขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายต่อครั้ง จริงๆแล้วมันเป็นสัดส่วนโดยตรง ผู้เล่นที่สำคัญ เช่น ธนาคารแห่งชาติ สามารถทำให้เกิดความไม่สมดุล โดยแทรกแซงอุปทานของสกุลเงินประเทศของตนเอง ผู้เล่นที่มีความสำคัญน้อยกว่า เช่น เทรดเดอร์รายย่อย จะมีอิทธิพลต่อตลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็สามารถทำได้หากมีผู้เล่นจำนวนมาก

ความสมดุลของอุปสงค์และอุปทานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดกาล คือ พลังขับเคลื่อนของแผนภูมิฟอเร็กซ์ แก่นแท้ของการปรับสมดุลราคา คือ ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการซื้อขายฟอเร็กซ์ออนไลน์ เนื่องจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดในโลกมีความเกี่ยวข้องกับตลาดและส่งผลกระทบต่อการสร้างอุปสงค์และอุปทานของสินทรัพย์ดังกล่าว

แผนผังของอุตสาหกรรมการเทรด

ตลาดฟอเร็กซ์มีเทรดเดอร์อันหลากหลาย ที่มีส่วนร่วมในทุกๆการซื้อขาย เราลองมาจำแนกพวกเขาเป็นหมวดหมู่กัน

1. ยักษ์ใหญ่ (ธนาคารแห่งชาติ บริษัทข้ามชาติ กองทุนป้องกันความเสี่ยง) นโยบายการเงินและการตัดสินใจซื้อขายของพวกเขามีผลกระทบมากที่สุดในตลาด และทำให้ราคาเสียสมดุลมากที่สุด

2. ไซส์กลาง (นักลงทุนเอกชน, ธนาคารเอกชน, บริษัทที่ต้องการประกันความเสี่ยง)

3. ผู้เล่นรายย่อย (โบรกเกอร์ทางการเงิน, ธนาคารขนาดเล็ก และนักลงทุนทั่วไป)

ผู้เล่นส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงฟอเร็กซ์อินเตอร์แบงก์ได้โดยตรง เนื่องจากพวกเขามีเงินทุนมากพอ ฟอเร็กซ์อินเตอร์แบงก์ มีหน้าที่ดำเนินการแลกเปลี่ยนสกุลเงินทั้งหมด และผู้เล่นทั่วไป สามารถทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันในระดับนี้ได้ โดยไม่ต้องมีพ่อค้าคนกลาง

กำลังซื้อของเทรดเดอร์ทั่วไป (ซึ่งอาจรวมถึงตัวคุณเองด้วย) มักจะมีขีดจำกัด และนี่จึงเป็นหน้าที่ของนายหน้าซื้อขายฟอเร็กซ์ หรือธนาคารที่ให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้า ในการเข้าถึงตลาดผ่านบริการซื้อขาย วิสัยทัศน์เกี่ยวกับกลไกของพวกเขา สามารถป้องกันคุณจากความล้มเหลวและฝึกอบรมคุณ ในเรื่องที่ควรระมัดระวังสำหรับการซื้อขาย

ดังที่คุณทราบแล้วในตอนนี้ การจะเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้นั้น ไม่เพียงแต่ต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์แนวโน้มและประเมินความเสี่ยง แต่ยังต้องมีความอดทน วินัย และความสม่ำเสมอ มีหนังสือมากมาย เกี่ยวกับวิธีที่จะไม่ตกหลุมพราง และข้อควรระวังหลักคือ: อย่าดำดิ่งลงไปในน้ำลึก หากคุณยังไม่ได้เป็นนักว่ายน้ำที่ดีพอ คุณสามารถใช้ทุ่นวงแหวนช่วยทดลองการดำน้ำลึก หรือการใช้บัญชีทดลองฟรี ด้วยการสนับสนุนจาก MTrading

ตลาดสากลทำงานอย่างไร

ตลาดฟอเร็กซ์ มีไว้สำหรับสกุลเงินซึ่งทำหน้าที่เหมือนเครื่องมือและตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ ตัวชี้วัดโดยทั่วไประบุและวัดความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ถ้าเราเปรียบประเทศหนึ่งๆเป็นบริษัท สกุลเงินก็เปรียบเสมือนหุ้นของประเทศนั้นๆ การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลาง และอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยธนาคารแห่งชาติของทุกประเทศในโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาดฟอเร็กซ์

ใครคือผู้เล่นรายใหญ่ที่สุด? พวกเขาก็คือ ธนาคารกลางสหรัฐ, ธนาคารกลางยุโรป, ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ และธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น เพราะเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR), ปอนด์อังกฤษ (GBP) และเยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก

เมื่อดอกเบี้ยเติบโตขึ้น การกู้ยืมเงินจากธนาคารจะมีราคาแพงขึ้น และทำให้เกิดการขาดแคลนอุปทานของสกุลเงิน และทำให้ราคาของสกุลเงินเพิ่มขึ้นทันที คุณอาจคิดว่ามันจะเป็นการดี ที่จะมีสกุลเงินประจำชาติที่แข็งแกร่ง แต่มันไม่ใช่เช่นนั้น จริงๆแล้ว มันจะส่งผลให้มีเงินน้อยลง ในการใช้เพื่อพัฒนาภาคธุรกิจ ทำให้รายได้ของครัวเรือนลดลง และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลง ถึงกระนั้น มันก็ช่วยรักษาระดับอัตราเงินเฟ้อ และชะลอการสะสมหนี้ ซึ่งในระยะยาวนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก

ในทางกลับกัน เมื่อมีการลดอัตราดอกเบี้ย ผู้เล่นในตลาดจะสามารถกู้เงินได้มากขึ้น ดังนั้น ปริมาณเงินส่วนเกินจึงถูกสร้างขึ้น และทำให้ราคาของสกุลเงินลดลง ในระยะสั้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การขยายธุรกิจ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และสนับสนุนเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เกิดภาวะดาบสองคม กล่าวคือ ยิ่งมีการกู้ยืมเงิน ก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น ธนาคารที่สะสมหนี้จากการปล่อยกู้ ก็มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดวิกฤตทางการเงิน

ทำการวิเคราะห์เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

การวิเคราะห์การซื้อขาย เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้การซื้อขายฟอเร็กซ์มีประสิทธิภาพได้ ไม่มากก็น้อย เราลองมาพิจารณาหลักการวิเคราะห์ 2 แบบหลักๆกัน นั่นคือ การวิเคราะห์พื้นฐาน ซึ่งหมายถึง การวิจัยทางเศรษฐกิจ และการคาดการณ์อนาคต ในขณะที่การวิเคราะห์ทางเทคนิค จะเน้นไปที่ประวัติของราคา และสถิติที่แสดงให้เห็น

การหลีกเลี่ยงความผิดพลาดทั่วไปในการเทรด

นี่ถือเป็นเนื้อหาสาระจำนวนมากทีเดียว และถ้าคุณยังคงอ่านอยู่ ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก! คุณกำลังก้าวไปสู่ความสำเร็จ ตอนนี้เรามาดูแบบอย่างความล้มเหลวในตลาดฟอเร็กซ์กันบ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ทำผิดพลาดดังเช่นกรณีต่อไปนี้

เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์มือใหม่ เริ่มต้นด้วยการเทรดแบบ 10 ดอลลาร์ โดยหวังว่าจะสร้างโชคลาภให้ตนเอง เขาคิดว่าฟอเร็กซ์เป็นเหมือนการโยนเหรียญหัวก้อย และกดคลิกซื้อขายอย่างมั่นใจ โดยไม่ให้เวลากับการศึกษาและการฝึกฝนเพื่อการเทรดอย่างปลอดภัย เขาเชื่อในโชคลาภ เพราะโชคมักเข้าข้างผู้ที่กล้าเสี่ยง แต่ในตลาดการเงินมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นน่ะสิ ในตลาดซื้อขายเงินตรา โชคจะเข้าข้างผู้ที่ฝึกหัดเรียนรู้เท่านั้น และตลาดจะผลักไสพวกมือใหม่ใจกล้าออกไป พร้อมกับความผิดหวังและขมขื่น และนี่คือต้นตอของทัศนคติเชิงลบที่มีต่อโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ซึ่งมักปรากฏให้เห็นเป็นส่วนใหญ่

การเทรดฟอเร็กซ์มีกลไกอย่างไร ในเชิงปฏิบัติ

อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างประเทศจะแสดงให้เห็นถึงมูลค่า และจำนวนที่สกุลเงินหนึ่งหน่วยสามารถแลกเปลี่ยนเป็นอีกสกุลเงินหนึ่งได้ ซึ่งเราเรียกว่า ราคาซื้อขาย อันประกอบด้วยสองราคา คือ ราคาเสนอซื้อ ที่ใช้สำหรับการขาย และราคาเสนอขายที่ใช้สำหรับการซื้อ ราคาเสนอซื้อจะต่ำกว่าราคาตลาดเสมอ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้คุณขายสกุลเงินแก่ธนาคาร ได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่คุณซื้อมา ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ และราคาเสนอขายนั้น เรียกว่า สเปรด

ราคาซื้อขายและสภาพคล่องของฟอเร็กซ์

ขณะที่ตลาดขับเคลื่อนไป ราคาเสนอซื้อและขาย จะมีปฏิสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา โบรกเกอร์จะได้รับทราบราคาซื้อขายจากผู้ให้บริการสภาพคล่อง จากนั้น ธนาคารหรือโบรกเกอร์ก็จะส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังเหล่าบรรดาเทรดเดอร์

สภาพคล่องบ่งบอกถึงระดับที่สินทรัพย์หรือหลักทรัพย์หนึ่งๆ สามารถถูกซื้อหรือขายในตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาของสินทรัพย์นั้นๆ

ยิ่งมีสภาพคล่องมากเท่าไร สเปรดก็ยิ่งแคบลงเท่านั้น โดยปกติแล้ว การซื้อขายจะเป็นไปอย่างราบรื่นและสภาพคล่องจะมีอยู่อย่างเหลือเฟือ แต่ในบางครั้ง เช่น เวลาที่มีการเผยแพร่ข่าวสำคัญๆ ช่องว่างของราคาจะเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ของราคาภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นทั้งโอกาสในการทำกำไรก้อนใหญ่และเป็นอันตรายต่อการสูญเสียได้ในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าเราเพิกเฉย ก็ย่อมไม่ได้อะไรเลย

กลไกการเทรดฟอเร็กซ์

เมื่อเทรดเดอร์ตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์ม และส่งคำสั่งซื้อในคู่สกุลเงิน EUR/USD ส่วนหนึ่งของเงินทุนจากบัญชีของผู้ซื้อขาย จะถูกใช้ไปในการซื้อสกุลเงินหลักของคู่เงินนั้น (EUR) พร้อมๆกับการขายสกุลเงินรอง (USD)

คำสั่งซื้อขายจะถูกส่งไปยังโบรกเกอร์ (Market Maker) หรือส่งตรงไปยังฟอเร็กซ์อินเตอร์แบงค์ (บัญชีแบบ ECN) สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ เทรดเดอร์สามารถส่งคำสั่งเพื่อขายสกุลเงิน ที่พวกเขาไม่ได้ 'เป็นเจ้าของ' ซึ่งหลังจากนั้นเทรดเดอร์ก็รอ จนกว่าสกุลเงินที่ซื้อจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ขายไป เมื่อเกิดกำไรสะสมถึงจุดที่น่าพอใจแล้ว ก็ปิดสถานะ โบรกเกอร์ก็จะทำการขายเงินสกุลยูโร และซื้อดอลลาร์กลับคืนมา ทั้งนี้ คำสั่งขายก็มีกระบวนการเดียวกัน เพียงแต่เป็นไปในทางตรงกันข้าม

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ มันอาจจะง่ายขึ้นหากนึกถึงคู่สกุลเงินในฐานะเครื่องมือทางการเงิน ที่เป็นนามธรรม ซึ่งมีตลาดเป็นผู้กำหนดราคา

คอยติดตามข่าวสารและการอัพเดทของเราได้ผ่าน ช่องทางการเรียนรู้

- ช่วงเวลาทำการซื้อขายฟอเร็กซ์

- ข้อกำหนดเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

- หนังสือฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น

บทความนี้ไม่มี และไม่ควรถูกตีความว่ามี คำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนสำหรับการทำธุรกรรมใดๆ ในเครื่องมือทางการเงิน ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำ จากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยง

การันตีด้วยรางวัล

award1 award2 award3 award4