ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

บอกเทคนิคการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง (Portfolio Diversification) มือใหม่ต้องรู้!

การกระจายความเสี่ยงในพอร์ตคืออะไร? ทำไมนักลงทุนจึงควรจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง? การมีกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงคือการแบ่งไปลงทุนในหลายๆ สินทรัพย์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์เพียงรายการเดียว ที่สำคัญ เทคนิคนี้ยังช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในระยะยาวได้อีกด้วย

None

ในบทความวันนี้ เราจะมาอธิบายคำจำกัดความของการกระจายความเสี่ยงและวิธีที่จะช่วยให้ท่านมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

การกระจายความเสี่ยง (Diversification) คืออะไร?

การจะลงทุนให้ประสบความสำเร็จคงเป็นไปไม่ได้ หากนักลงทุนไม่กล้าที่จะเสี่ยงและไม่มีวิธีป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนด้วยการกระจายการลงทุน บางคนเริ่มลงทุนสำหรับวัยเกษียณที่เร็วเกินไป ทำให้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่แน่นอนว่ามีเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวของ บางท่านเริ่มลงทุนหนักจนเกินไปเมื่อโตขึ้น และต้องพบกับความผันผวนของตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อขาดทุนก็มีโอกาสน้อยที่จะฟื้นตัวกลับขึ้นมา

หลายท่านคงพอเข้าใจแล้วว่าความหมายของการกระจายความเสี่ยง (Diversification) คือการสร้างสมดุลของความเสี่ยงและอัตราส่วนผลตอบแทนให้มีความเหมาะสมกัน อย่างไรก็ดี เทคนิคนี้อาจไม่ง่ายเหมือนกับการซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ในตลาดการเงินเพราะอาจมีวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น ท่านต้องใช้ความรอบคอบในการกระจายพอร์ตของท่าน โดยเน้นที่การวิเคราะห์ความผันผวนและการลดความเสี่ยงเป็นหลัก

Industry-best trading conditions
Deposit bonus
up to 200% Deposit bonus 
up to 200%
Spreads
from 0 pips Spreads 
from 0 pips
Awarded Copy Trading platform Awarded Copy Trading platform
Join instantly

ด้วยเหตุนี้ สิ่งแรกที่ท่านควรทำในการกระจายพอร์ตการลงทุนของท่านคือการมองหาสินทรัพย์ที่คุ้มค่าแก่การลงทุน

4 สินทรัพย์หลักสำหรับกระจายพอร์ตการลงทุน

การกระจายสินทรัพย์ในตลาดการเงินและตราสารประเภทต่างๆ อาจเป็นเรื่องท้าทาย เพราะท่านจะต้องเข้าใจว่าแต่ละตลาดมีความเคลื่อนไหวอย่างไร ต้องเข้าใจแต่ละตลาดอย่างละเอียด สิ่งที่ท่านต้องทำคือสร้างกระจายพอร์ตของท่านด้วยการลงทุนในตราสารที่หลากหลาย 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้:

หุ้นในประเทศ (Domestic Stock)

นักลงทุนส่วนใหญ่ลงทุนหุ้นในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากให้ผลเติบโตสูงขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็แล้วแต่ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเสมอ เนื่องจากตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ดังนั้น เมื่อท่านตัดสินใจขายหุ้นออก ราคาที่ขายได้อาจต่ำกว่าราคาที่ท่านคาดคิดเอาไว้

ตราสารหนี้ (Bond)

อัตราดอกเบี้ยที่ปกติและความผันผวนที่ต่ำเป็นปัจจัยที่ทำให้ตราสารหนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว ที่สำคัญยังเป็นสินทรัพย์ที่คอยรักษาความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น โดยตราสารหนี้เป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างปลอดภัยมากกว่ามูลค่าที่เติบโตพร้อมกับความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้

การลงทุนระยะสั้น (Short-Term Investment)

CFD ระยะสั้นเป็นตัวเลือกที่ดีควบคู่กับกองทุนรวมตลาดเงิน ตัวเลือกนี้ช่วยให้ท่านลงทุนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกองทุนรวมตลาดเงินสามารถใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ ตราสารเหล่านี้ยังรับประกันการเข้าถึงเงินทุนและเงินของท่านเมื่อจำเป็น

เมื่อเทียบกับตราสารหนี้ ผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนรวมตลาดเงินอาจไม่เทียบเท่า อย่างไรก็แล้วแต่ การลงทุนในกองทุนรวมมีความปลอดภัยกว่ามากแม้ว่าจะไม่ได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หรือการประกันที่จัดทำโดยสถาบันการเงินอื่นๆ

หุ้นต่างประเทศ (International stock)

ถือเป็นแนวทางที่ดีที่ท่านจะซื้อหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับประโยชน์จากโอกาสการลงทุนที่กว้างขึ้นหากหลักทรัพย์ในประเทศของท่านไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้ แต่แน่นอนว่าตลาดหุ้นไหนๆ ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน ดังนั้น ท่านต้องระวังให้มากในการเลือกสินทรัพย์ต่างประเทศเพื่อการกระจายพอร์ตของท่าน

สินทรัพย์อื่นๆ สำหรับการกระจายความเสี่ยงที่ท่านไม่ควรมองข้าม

นอกจาก 4 ตัวเลือกการกระจายความเสี่ยงพื้นฐานที่ได้กล่าวไปแล้ว ท่านอาจมองหาสินทรัพย์อื่นๆ เพิ่มเติมในการกระจายความเสี่ยง ได้แก่:

  1. กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม (Sector Fund) – เป็นการซื้อหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจเฉพาะ หรือที่เรียกว่าหุ้นวัฏจักรซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ลงทุนโดยพึ่งพาวัฏจักรเศรษฐกิจ
  2. กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Fund) – REITs เป็นทางเลือกที่ดีหากท่านต้องการมีตราสารเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้อย่างดี
  3. กองทุนจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation Fund) – เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักลงทุนมือใหม่ หรือผู้ที่ไม่มีเวลาศึกษาและคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของตลาด โดยตราสารนี้อาจใช้ได้ผลดีสำหรับกลยุทธ์การลงทุนเพียงกองทุนเดียว

การกระจายการลงทุนไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องลงทุนในทุกๆ อย่าง แต่เป็นการวิเคราะห์โอกาสที่จะทำกำไรจากมูลค่าที่เติบโตของสินทรัพย์หลายๆ ประเภท โดยคำนึงถึงความเสี่ยง, อัตราเงินเฟ้อ วัฏจักรเศรษฐกิจ และปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการลงทุน

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน