เทคนิคเทรดด้วยกลยุทธ์ Camarilla Pivot Point คืออะไร?

นักเทรดมือใหม่หลายๆ ท่านอาจยังไม่คุ้นหูเกี่ยวกับ Camarilla pivot เท่าไหร่นัก แต่ถ้าพูดถึง Pivot point เชื่อว่าทุกท่านคงร้อง "อ่อ!!" เพราะมันเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในกระดานราคาและการวิเคราะห์กราฟเทคนิคเลยก็ว่าได้ บางท่านอาจกำลังใช้ pivot แบบพื้นฐาน หรือ Fibonacci ประกอบการเทรดเพื่อคาดการณ์ระดับราคาอยู่แล้ว เพราะเครื่องมือดังกล่าวยังช่วยบ่งบอกจังหวะการกลับตัวของราคาได้อีกด้วย

จับจังหวะการเทรดด้วย Camarilla Pivot Point

การเทรดโดยอาศัย pivot point หลายๆ รูปแบบช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจับจังหวะที่ดีที่สุดในการเปิดและปิดออเดอร์ได้ โดยไม่ว่าท่านจะเป็นมือใหม่หรือนักเทรดมากประสบการณ์ หากท่านรู้จักเรียนรู้เครื่องมือช่วยเทรดใหม่ๆ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเทรดด้วยกลยุทธ์หลายๆ แบบเพื่อให้เทรดได้กำไรในที่สุด ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้ Camarilla pivot ขั้นพื้นฐาน รวมถึงวิธีการใช้งานกลยุทธ์ Camarilla pivot ในสภาวะตลาดจริง

หลักการใช้งาน Camarilla Pivot ที่สำคัญ

ก่อนอื่นเลย เทรดเดอร์จะต้องทราบก่อนว่า Camarilla pivot point นั้นเป็นหนึ่งในเครื่องมืออินดิเคเตอร์เชิงเทคนิค (Technical indicator) ที่นักเทรดนิยมใช้ในการระบุระดับราคา และจังหวะในการเข้าและออกออเดอร์ โดย Camarilla pivot point มีข้อดีในแง่ของความหลากหลายของข้อมูลที่เจ้าเครื่องมือนี้วิเคราะห์ออกมานั่นเอง

เทรดเดอร์อาจใช้ Camarilla pivot point ร่วมกับกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงจากการเทรด หรือจะใช้กลยุทธ์ Camarilla เพียงเดี่ยวๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายในการเทรดของท่านนั้นเป็นแบบไหน แต่ไม่ว่าท่านจะวางแผนในการใช้ Camarilla pivot อย่างไร สิ่งที่ท่านจะต้องไม่ลืมเลยก็คือ เครื่องมือดังกล่าวนั้นได้รับแรงกระตุ้นมาจากสภาวะต่างๆ ในตลาด และช่วงกรอบเวลา (Timeframe) ในการเทรด ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การเทรดด้วย Camarilla นั้นมีหลายรูปแบบแตกต่างกันไปตามเป้าหมายในการเทรดของท่าน

เพื่อให้มือใหม่ทำความเข้าใจ Camarilla pivot point ได้แบบง่ายๆ ในบทความนี้เราพร้อมคลายทุกข้อสงสัย ได้แก่:

  1. Camarilla pivot point คืออะไร?
  2. จะเทรดด้วยกลยุทธ์ Camarilla อย่างไร?
  3. ข้อดีและข้อเสียของกลยุทธ์ Camarilla มีอะไรบ้าง?

อย่าลืมติดตามอ่านต่อจนจบ แล้วท่านจะพบกับทุกสิ่งที่ท่านควรรู้ในการใช้ pivot point ประเภทนี้ เพื่อขีดสุดในการเทรดทำกำไร

Camarilla Pivot Point คืออะไร?

อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า pivot point พื้นฐาน หรือ Floor pivot point นั้นจะช่วยบ่งบอกระดับแนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) ในการเทรด โดย Camarilla pivot ก็เป็นส่วนต่อขยายออกมาจากจุด pivot point เหล่านั้นนั่นเองครับ ซึ่ง Camarilla pivot จะประกอบไปด้วยแนวรับ 4 ระดับ และแนวต้าน 4 ระดับ ที่มีความถี่ใกล้ชิดติดกันมากกว่า pivot point ประเภทอื่นๆ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Camarilla pivot เหมาะสำหรับการเทรดด้วยกลยุทธ์ระยะสั้น (Short-term strategy) เป็นหลัก

Pivot Point รูปแบบต่างๆ

กลยุทธ์เทรดด้วย Camarilla แบบทั่วไป

หลักการพื้นฐานในการใช้กลยุทธ์ Camarilla นั้นมีหลายแบบแตกต่างกันไปตามเทคนิคและสไตล์การเทรดของแต่ละคน แต่วิธีที่เรากำลังจะพูดถึงนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่นักเทรดนิยมใช้กันมากที่สุดเมื่อใช้ Camarilla pivot point

อย่าลืมว่ายังมีกลยุทธ์เทรดอีกหลายๆ อย่างที่เทรดเดอร์ควรทำความรู้จัก โดยท่านสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ กลยุทธ์เทรดอื่นๆ ได้ในหัวข้อ "เรียนรู้การเทรด" บนเว็บไซต์ของเรา และที่สำคัญ MTrading เปิดโอกาสด้านการลงทุนด้วยกลยุทธ์เทรดทุกรูปแบบ พร้อมเงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุดในตลาด เริ่มเทรดเลยวันนี้!

เปิดบัญชีกับ MTrading รองรับทุกรูปแบบการเทรด

กลยุทธ์เทรดด้วย Camarilla แบบที่ #1 – Range Trading

Range ใช้เรียกจังหวะตลาดขณะที่ราคากำลังแกว่งตัวอยู่ในกรอบ แนวรับและแนวต้าน โดยเราจะเรียกเทรดเดอร์ที่เทรดในกรอบนี้ว่า range trader ซึ่งนักเทรดเหล่านั้นจะนิยมใช้ Camarilla pivot point ในการหาการกลับตัวของราคาในระยะสั้นๆ หรือโอกาสที่ราคาอาจเกิดการกลับตัวในอนาคต โดยอาศัยการเฝ้าสังเกตการเคลื่อนที่ของราคาประจำวันในกรอบแคบๆ ดังกล่าว สังเกตจากรูปภาพด้านล่างก็คือระดับระหว่าง pivot S3 และ R3 นั่นเองครับ

ตัวอย่างกลยุทธ์ Camarilla แบบ Range Trading

ในการทำกำไรจากกลยุทธ์ range trading เทรดเดอร์จะต้องจับตาดูจังหวะที่ราคาเคลื่อนที่ไปยังแนวต้านหรือแนวรับ โดยหากแนวต้านนั้นยั้งไม่ให้ราคาพุ่งขึ้นไปได้อีก ท่านอาจเปิดออเดอร์ชอร์ต (Short sell) ใกล้กับระดับ R3 เพื่อทำกำไรเมื่อราคาร่วงลงมายังแนวรับ และหากแนวรับนั้นคอยรับไม่ให้ราคาร่วงลงไปมากกว่านั้นได้สำเร็จ ท่านก็อาจเปิดออเดอร์ลอง (Long buy) ที่ใกล้ๆ ระดับ S3 เพื่อรอทำกำไรเมื่อราคาพุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์เทรดด้วย Camarilla แบบที่ #2 – Trend Trading

กลยุทธ์ประเภทที่ 2 นี้จะอาศัยการเฝ้าติดตามแนวโน้ม หรือ เทรนด์นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันแตกต่างจาก range trading โดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าเทรนด์นั้นมาพร้อมกับการเคลื่อนที่ที่ช่วยบ่งบอกทิศทางของราคาในอนาคต และที่สำคัญ เทรนด์ยังมีอิทธิพลต่อราคาและเป็นตัวดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นหรือร่วงลงใน timeframe ต่างๆ

ตัวอย่างกลยุทธ์ Camarilla แบบ Trend Trading

ข้อดีของกลยุทธ์ Camarilla รูปแบบนี้คือ การใช้ pivot ในการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการตั้ง Stop loss หรือ ตั้งคำสั่ง Limit อย่างเหมาะสม รวมถึงใช้ระบุจังหวะที่ดีที่สุดในการเปิดและปิดออเดอร์ได้อีกด้วย โดยเมื่อราคาตลาดเคลื่อนที่ไปตามเทรนด์ ก็จะเป็นการยืนยันจังหวะในการซื้อบริเวณใกล้เคียงกับระดับ R3 โดยตั้ง stop loss ใกล้กับระดับ R4 นั่นเอง

ด้านบนเป็นตัวอย่างการเทรดคู่เงินด้วยกลยุทธ์ Camarilla pivot point เพื่อให้ท่านเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น

ข้อดีและข้อเสียของ Camarilla Pivot Point

แน่นอนครับว่า Camarilla pivot นั้นเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดของท่าน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจไม่ใช่เครื่องเหมาะที่เหมาะสำหรับนักเทรดทุกคน และที่สำคัญ เครื่องมือชนิดนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้

ข้อดีของ Camarilla pivot:

  • ใช้ระบุแนวรับและแนวต้านได้
  • ช่วยวางแผนการเทรดล่วงหน้าได้
  • กำหนดระดับการเทรดรายวันแบบอัตโนมัติ
  • ระบุจุดที่อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมของขาขึ้น (Bullish) และขาลง (Bearish)
  • ช่วยระบุจุดในการเปิดและปิดออเดอร์

ข้อเสียของ Camarilla pivot:

  • ไม่เหมาะสำหรับการเทรดระยะยาว (Long-term trading)
  • อาจมีความซับซ้อนเกินไปสำหรับมือใหม่
  • อาจเทรดขาดทุนได้หากใช้ผิดวิธี

บทสรุป

การเทรดด้วยกลยุทธ์ Camarilla นั้นเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับนักเทรดที่นิยมเทรดในระยะสั้นๆ เนื่องจากมันช่วยระบุระดับราคาและแนวโน้มที่ราคาอาจเกิดการกลับตัว ยิ่งไปกว่านั้น pivot point ประเภทนี้ยังช่วยบ่งบอกจังหวะที่ดีที่สุดในการเปิดและปิดออเดอร์ รวมถึงตำแหน่ง stop loss และการตั้งคำสั่ง limit ที่เหมาะสมอีกด้วย ถึงแม้ว่ากลยุทธ์นี้อาจมีความซับซ้อนเล็กน้อยสำหรับมือใหม่หัดเทรด แต่หากท่านใช้กลยุทธ์นี้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเทรดทำกำไรได้มากเลยทีเดียวครับ

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

การันตีด้วยรางวัล

award1 award2 award3 award4