4 กลยุทธ์การตั้ง “Stop Loss” ตัดขาดทุน หยุดความเสี่ยง

บทความนี้จะพาเทรดเดอร์มือใหม่ทุกท่านไปทำความรู้จักกับความหมายของกลยุทธ์การตั้ง stop loss, การใช้ stop loss สำหรับการเทรดรายวัน (Day trade) และเทคนิคการตั้ง stop loss ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ในการเทรด forex ท่านจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าจุด stop loss นั้นสำคัญอย่างไร? ทำไมจึงควรตั้ง stop loss? และมีวิธีในการตั้ง stop loss ต่างกันอย่างไรบ้าง? รวมถึงเคล็ดลับการตั้ง stop loss ที่มีประโยชน์กับการเทรดของท่าน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย!

ทำไมจึงควรใช้ Stop Loss?

มือใหม่หัดเทรดมักจะมองข้ามความสำคัญของการใช้ stop loss หรือ 'การตั้งจุดหยุดขาดทุน' ในการเทรด forex ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การตั้ง stop loss ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนการเทรดที่สำคัญมากๆ ขั้นตอนหนึ่งเลยก็ว่าได้

ตั้งจุด Stop loss อย่างไร เพื่อลดการขาดทุน

นั่นก็เพราะว่า การตั้งจุดหยุดขาดทุนมีผลต่อพฤติกรรมและผลลัพธ์ในการเทรดของท่านในหลายๆ ระดับเลยทีเดียวน่ะสิครับ การตั้งจุดหยุดขาดทุนจะช่วยบ่งบอกอัตราส่วนผลตอบแทน ต่อ ความเสี่ยง (Risk reward ratio) ซึ่งจะช่วยให้ระบบการเทรดของท่านมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จได้ในที่สุด!

  • อัตราส่วนผลตอบแทน ต่อ ความเสี่ยง (Risk reward ratio)
  • ลดการขาดทุน
  • ทดสอบระบบการเทรด

โดยทั่วไปออเดอร์ stop loss จะถูกตั้งบริเวณที่ต่ำกว่าราคาตลาด ดังนั้น เมื่อราคาในตลาดถูกกระชากอย่างรุนแรงสวนทิศทางกับการถือ position ของท่าน stop loss ก็จะช่วยให้ท่านขาดทุนน้อยลงนั่นเองครับ

ถึงแม้ stop loss จะสามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนไปเลยก็คือ หน้าที่ในการ 'รองรับความปลอดภัย' ของเหล่าเทรดเดอร์มืออาชีพ โดยจุดหยุดขาดทุนจะใช้เพื่อให้เทรดเดอร์มั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้รับความเสี่ยงในการขาดทุนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ การตั้งจุดหยุดขาดทุนยังทำให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่า ท่านพร้อมที่จะเสี่ยงในการเทรดด้วยจำนวนเงินมากน้อยแค่ไหน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อท่านต้องการจะเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงระบบการเทรดของท่านให้ดียิ่งขึ้น การตั้ง stop loss จะช่วยทำให้ท่านเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนระบบการเทรดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยจริงๆ

ในอีกกรณีหนึ่งก็คือ การตั้ง stop loss จะช่วยบอกใบ้ว่าท่านอาจต้องเปลี่ยนระบบการเทรดเสียใหม่ พูดให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ กลยุทธ์ stop loss จะช่วยประเมินว่าท่านพร้อมที่จะเสี่ยงขาดทุนได้มากแค่ไหน, ท่านจะได้รับผลตอบแทนจากการเทรดอย่างไร และระบบการเทรดที่ท่านกำลังใช้อยู่ได้ผลจริงหรือเปล่า

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คงจะดีไม่น้อย ถ้าหากเทรดเดอร์ทุกท่านได้ทดสอบกลยุทธ์การตั้ง stop loss หลายๆ ประเภท เพื่อค้นหาเทคนิคที่เหมาะสมกับท่านที่สุด ก่อนนำมาใช้งานในการลงทุนจริงๆ MTrading ขอเสนอให้ทุกท่านเปิด บัญชีเดโม่ เพื่อทดลองเทรดบนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ได้ฟรี เพื่อให้ท่านสามารถทดสอบจุดหยุดขาดทุนของท่านในภาวะตลาดจริงๆ โดยไม่ต้องกังวลความเสี่ยงในการขาดทุน

เปิดบัญชีเดโม่กับ MTrading เพื่อรับเงินจำลอง $5,000 และทดลองใช้กลยุทธ์เทรดแบบไร้ความเสี่ยง

การทดสอบกลยุทธ์ stop loss ด้วยบัญชีเดโม่ จะทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์และเทรดด้วยเงินทุนจำลองที่เรามอบให้ เพื่อให้ท่านไม่ต้องกังวลที่จะนำเงินทุนจริงๆ ของท่านมาเสี่ยง เมื่อท่านมีความมั่นใจแล้วว่าเทคนิคการตั้งจุดหยุดขาดทุนของท่านสามารถใช้ได้ผลจริงๆ ท่านสามารถเปลี่ยนมาใช้ บัญชีจริง ได้โดยไม่ยุ่งยากเลยครับ ทุกการตัดสินใจเป็นของท่าน เลือกประเภทบัญชีที่เหมาะสมกับตัวท่านได้เองเลย!

กลยุทธ์ Stop Loss ที่ดีที่สุด ในการเทรด Forex

Volatility Stop

หลายๆ ท่านที่เพิ่งเข้าสู่วงการเทรดอาจยังไม่คุ้นเคยกับการตั้ง volatility stop หรือจุดหยุดขาดทุนจากความผันผวน เนื่องจากกลยุทธ์นี้มักใช้กันโดยเฉพาะในกลุ่มของนักเทรดมืออาชีพ โดยการตั้งจุดหยุดขาดทุนจากความผันผวนเป็นการตอบสนองต่อภาวะของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเองครับ

เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง เทรดเดอร์มืออาชีพจะตั้งจุด stop loss ที่ตำแหน่งกว้างๆ เพื่อเตรียมป้องกันความเสี่ยงจากราคาตลาดที่เคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในทางกลับกัน เมื่อความผันผวนของตลาดต่ำ เทรดเดอร์จะตั้งจุด stop loss ที่แคบลง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและความเสี่ยงก็น้อยลงเช่นกัน

Confluence Stop

เป็นกลยุทธ์การตั้งจุดหยุดขาดทุนที่เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้กันทั่วไป โดยกลยุทธ์นี้จะอาศัยการใช้งานเครื่องมือหลากหลายประเภท ได้แก่ เส้นแนวโน้มและกรอบราคา (Trendline and channel), ระดับแนวรับและแนวต้าน (Support and resistance level), เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving average หรือ MA), เส้นฟีโบนักชี (Fibonacci retracement) และความเคลื่อนไหวของราคาในอดีต หรือราคา High และ Low ที่ผ่านมา

โดยพื้นที่ร่วมดังกล่าว คือการรวมตัวกันของอินดิเคเตอร์ต่างๆ ที่ท่านใช้ ดังนั้น นี่จึงเป็นจุดหรือบริเวณพื้นที่ในการตั้ง stop loss นั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้มีข้อเสียก็คือ บางครั้งอาจเกิดสัญญาณหลอกได้ เนื่องจากราคาอาจไม่ได้ไปถึงจุดหรือบริเวณที่ท่านตั้งไว้ในระหว่างการเทรด

Time-based Stop

กลยุทธ์นี้มีความหมายตรงตามชื่อเลยครับ นั่นก็คือการตั้งจุด stop loss ตามระยะเวลาที่ท่านต้องการหยุดขาดทุนนั่นเอง กลยุทธ์นี้จะกระตุ้นให้เหล่าเทรดเดอร์พาตัวเองออกมาจากการเทรดเมื่อการเทรดนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานาน หรืออยู่ในจังหวะตลาด sideway หรือจังหวะราคาที่เคลื่อนที่อยู่ในกรอบแคบๆ นั่นเอง

นอกจากนี้ กลยุทธ์การตั้ง stop loss ด้วยเวลายังเป็นการเตือนว่า แทนที่จะยึดมั่นอยู่กับการเทรดหนึ่งๆ เป็นเวลานานจนเกินไป ท่านควรรอสัญญาณเทรดต่างๆ ก่อนที่จะเข้าเทรด ยิ่งไปกว่านั้น กลยุทธ์นี้ยังกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวจากการเทรดในแต่ละครั้งอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งท่านสามารถเทรดได้ชนะในที่สุด

หากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่ายๆ มันก็คือการใช้กลยุทธ์ 'เทรดระยะสั้น' โดยการเฝ้ารอและติดตามพฤติกรรมของตลาดในเวลาเพียงไม่นานนั่นเอง การใช้กลยุทธ์หยุดขาดทุนโดยพึ่งพาเวลาสามารถใช้งานร่วมกับกลยุทธ์หยุดขาดทุนอีก 2 ประเภทก่อนหน้าได้เช่นกัน อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วเบื้องต้นว่า การตั้งจุดหยุดขาดทุนนั้นไม่ได้มีเพียง 'วิธีเดียว' และยังสามารถยืดหยุ่นและมีการเปลี่ยนแปลงได้

Trailing Stop

Trailing stop หรือจุดหยุดขาดทุนที่เคลื่อนที่ตามราคา เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างกลยุทธ์ที่เน้นย้ำแนวคิดที่ว่าเทรดเดอร์สามารถใช้หลายๆ กลยุทธ์ในการตั้ง stop loss ร่วมกันได้ การตั้ง trailing stop เป็นการตั้งออเดอร์ ณ ตำแหน่งราคาที่ไม่จำกัดเฉพาะเจาะจง แต่ตั้งตามเปอร์เซ็นต์หรือบริเวณตำแหน่งที่ต่ำกว่าราคาตลาด

การตั้ง trailing stop จะอาศัยการเคลื่อนที่ของราคาที่เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาเพิ่มขึ้น จุดหยุดขาดทุนจะถูกลากหรือเคลื่อนย้ายไปตามราคานั้น โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งราคาหยุดปรับตัวขึ้นในที่สุด ทำให้การตั้งจุด stop loss นั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในตำแหน่งต่างๆ (จากการลากเส้นที่กำหนดโดยเทรดเดอร์เอง)

ด้วยสาเหตุดังกล่าว เป็นผลให้กลยุทธ์นี้ทำให้เทรดเดอร์มีความยืดหยุ่นและสามารถควบคุมการตั้งจุดหยุดขาดทุนตามความเคลื่อนไหวของราคาได้เอง ทั้งยังเพิ่มความสามารถในการทำกำไรแบบเรียลไทม์ ท่านจะได้ไม่ต้องมัวแต่ยึดติดอยู่กับจุด stop loss ที่คงที่ และทำได้แค่รอว่ามันจะใช้ได้ผลจริงๆ หรือเปล่า

บทสรุปของ Stop Loss

กลยุทธ์การตั้ง stop loss นั้นมีหลากหลายประเภท ให้เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับระบบเทรดที่เทรดเดอร์ใช้อยู่ พึงระลึกไว้เสมอว่า stop loss เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการเทรดที่ท่านไม่ควรมองข้าม การเทรดทุกครั้งควรมี stop loss เพื่อป้องกันการขาดทุนและลดความเสี่ยงในการเทรดนั่นเอง

Stop loss นั้นมีความสำคัญมากขนาดที่ว่า แม้แต่นักเทรดมืออาชีพยังวางแผนการตั้งจุดหยุดขาดทุนในการเทรดอย่างเคร่งครัด ดังนั้น ท่านจึงควรศึกษาเกี่ยวกับการตั้ง stop loss จนละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถเลือกตำแหน่งจุดหยุดขาดทุนที่ใช้ได้ผลดีที่สุดกับการเทรดของท่าน พยายามปรับปรุงพฤติกรรมการเทรดของท่านอยู่เสมอนะครับ เมื่อท่านมีกลยุทธ์การเทรดที่ดีและหมั่นฝึกฝนกลยุทธ์นั้นจนชำนาญ และไม่เพียงแค่เฝ้ารอแต่จะทำกำไร แต่ยังให้ความสำคัญกับการตั้งจุดหยุดขาดทุนด้วยเช่นกัน รับรองได้เลยว่า ผลลัพธ์ที่ท่านจะได้รับนั้นคุ้มค่ากับความพยายามในการเทรดอย่างมีระเบียบวินัยแน่นอนครับ!

ท้ายที่สุด โปรดมั่นใจว่าท่านสามารถใช้งานเครื่องมือเทรดต่างๆ ในแพลตฟอร์มการเทรดของเรา แล้วฝึกฝนกลยุทธ์การตั้ง stop loss อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกลยุทธ์อื่นๆ และระบบการเทรดของท่าน ด้วย บัญชีเดโม่ จาก MTrading เมื่อท่านได้ทดสอบและประเมินทักษะต่างๆ เหล่านี้อย่างถี่ถ้วนแล้วล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าระบบการเทรดนั้นใช้ได้ผลแน่นอน เพราะนั่นหมายถึงท่านกำลังเทรดโดยยึดตามข้อมูลจริง, ประสบการณ์ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขอให้นักลงทุนมือใหม่ทุกท่านโชคดี และได้เป็นเทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญได้ในเร็ววันนะครับ!

อยากเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเทรดมากยิ่งขึ้น? ติดตามบทเรียนการเทรดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ที่นี่

- 6 วิธีเบื้องต้นในการบริหารเงินทุน

- คัดลอกเทรด ได้ผลจริงหรือไม่?

- วิธีหาจังหวะการเข้าเทรด Forex

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

การันตีด้วยรางวัล

award1 award2 award3 award4