จับทิศทางตลาดง่ายๆ ด้วยกลยุทธ์ “Order Flow”

การเทรดรายวันด้วยกลยุทธ์ Order Flow เหมาะสำหรับนักเทรดที่ชอบความท้าทายในการเทรดประชันกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาด ซึ่งแม้จะจริงอยู่ที่ว่ากลยุทธ์ order flow นั้นไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าไหร่นัก แต่ใครจะไปรู้ว่าการจะใช้กลยุทธ์นี้ เทรดเดอร์จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับออเดอร์แต่ละประเภทอย่างละเอียด รวมถึงเข้าใจกลไกของตลาด และสาเหตุที่ทำให้ตลาดมีความเคลื่อนไหวด้วยเช่นครับ

ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาด ด้วยกลยุทธ์ Order Flow

ต้องยอมรับว่าเทรดเดอร์มือใหม่หลายรายมักต้องพบเจอกับอุปสรรคในระหว่างการเทรด หากท่านเทรดด้วยการ "คาดเดา" แทนที่จะ "คาดการณ์" ถึงสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้ตลาดเคลื่อนไหว หรือปัจจัยที่ทำให้ราคาหยุดวิ่งไปในทิศทางนั้นๆ เราจึงขอแนะนำให้ท่านทำความรู้จักกับกลยุทธ์ order flow เทคนิคลับที่นักเทรดมือโปรส่วนใหญ่นิยมใช้กัน โดยมีข้อจำกัดว่ากลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับการเทรดรายวันและควรใช้แบบเดี่ยวๆ เท่านั้น หากท่านถนัดการเทรดระยะยาวมากกว่า (ซึ่งต้องอาศัยการติดตามข้อมูลปัจจัยพื้นฐานต่างๆ การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงเทคนิค และการใช้ Indicator หลายๆ ชนิด) กลยุทธ์ order flow ก็อาจไม่จำเป็นสำหรับการเทรดของท่าน

ทำไมต้องใช้กลยุทธ์ Order Flow?

อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่ากลยุทธ์ order flow นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดให้กับนักเทรดรายวันนั่นเองครับ โดยกลยุทธ์นี้จะทำให้ท่านมีโอกาสในการทำกำไรเหนือกว่านักเทรดมือใหม่รายอื่นๆ ในตลาดอย่างแน่นอน และประโยชน์สำคัญในการเทรดด้วยกลยุทธ์ order flow มีดังนี้:

  • เพื่อทำความเข้าใจความเคลื่อนไหวของตลาด
  • สามารถระบุ โซนแนวรับและแนวต้าน ได้
  • ใช้กำหนดจุดในการเปิดและปิดออเดอร์
  • ช่วยให้การตัดสินใจในการเทรดเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • ใช้ระบุสภาพคล่องของตลาด

เอาล่ะครับ ในบทความวันนี้เราจะมาอธิบายวิธีเทรดด้วยกลยุทธ์ order flow และหลักการสำคัญของกลยุทธ์ดังกล่าว แต่ก่อนอื่น… ลองมาทำความเข้าใจกลยุทธ์นี้ order flow แบบละเอียดกันก่อนดีกว่าครับ

หลักการทำงานของกลยุทธ์ Order Flow

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงกลยุทธ์ที่เกี่ยวกับออเดอร์ หลักการสำคัญคือการตั้งออเดอร์หลายๆ แบบในตลาดหลายๆ ประเภทนั่นเองครับ เพราะออเดอร์แต่ละประเภทนั้นก็อาศัยข้อมูลในตลาดแบบเฉพาะเจาะจงแตกต่างกันไป ซึ่งการติดตามข้อมูลในตลาดก็จะช่วยทำให้เทรดเดอร์เข้าใจภาพรวมของตลาดในหลายๆ แง่มุมได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าแล้วก็ลองมาทำความรู้จักกับประเภทออเดอร์หลักๆ แต่ละประเภทกันครับ:

  • มาร์เก็ตออเดอร์ (Market Order) – มาร์เก็ตออเดอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท: ออเดอร์ Buy และ ออเดอร์ Sell นั่นเองครับ พูดง่ายๆ ก็คือออเดอร์ที่เราตั้งเพื่อซื้อ (buy) หรือขาย (sell) สินทรัพย์แต่ละรายการนั่นเองครับ โดยเทรดเดอร์จะต้องเฝ้าสังเกตว่าออเดอร์แบบไหนที่ทำให้ราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางนั้นๆ รวมไปถึงการพิจารณาว่าคำสั่งซื้อขายเหล่านั้นส่งผลยังไงกับออเดอร์ลิมิต ตัวอย่างเช่น หากท่านเห็นว่าในตลาดมีคำสั่งซื้อมากจนเกินไป นั่นหมายความว่าตลาดอาจยังไม่มีออเดอร์ sell limit มากเท่าไหร่นัก
  • ออเดอร์ลิมิต (Limit Order) – เช่นกันครับ ออเดอร์ลิมิตก็มีทั้ง buy limit และ sell limit หรือที่เทรดเดอร์รู้จักกันดีว่า Bid หรือ Ask นั่นเองครับ ซึ่งก็เป็นการตั้งคำสั่งรอดำเนินการเพื่อรอให้ราคาขยับมาถึงจุดที่ท่านตั้งออเดอร์เอาไว้ โดยออเดอร์ลิมิตนี้จะตั้งไว้นานเท่าไหร่ก็ได้ หากราคายังไปไม่ถึงจุดที่ท่านกำหนดไว้ออเดอร์ก็จะยังคงรอดำเนินการอยู่เช่นเดิม
  • ออเดอร์สต๊อป (Stop Order) - ออเดอร์ประเภทนี้จะแตกต่างกับอีก 2 ประเภทก่อนหน้าอย่างชัดเจนครับ เพราะออเดอร์ stop-buy และ stop-sell จะไม่แสดงบนรายการคำสั่งซื้อของท่าน อย่างไรก็ตาม ออเดอร์สต๊อปก็ถือเป็นออเดอร์ที่มีความสำคัญอย่างมากในการจัดการและบริหารความเสี่ยงให้กับการเทรดของท่าน เพราะออเดอร์สต๊อปจะช่วยป้องกันการเทรดขาดทุนหากราคาในตลาดสวนทางกับมาร์เก็ตออเดอร์ที่ท่านได้ตั้งเอาไว้

และเมื่อเทรดเดอร์เข้าใจออเดอร์แต่ละประเภท รวมถึงหลักการของกลยุทธ์ order flow แล้ว ท่านก็จะสามารถพิจารณาสภาพคล่องของตลาดได้จากการสังเกตปริมาณการซื้อขายต่างๆ หรือวอลุ่ม (Volume) นั่นเองครับ โดยออเดอร์ที่แตกต่างกันไปนั้นจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการเทรดของท่าน ทำให้ท่านสามารถเลือกลงทุนในตลาดที่มีความผันผวนมากพอที่จะทำกำไรได้ สิ่งที่ท่านต้องทำก็เพียงแค่มองหาตลาดที่มีสภาวะและลักษณะความเคลื่อนไหวที่เอื้อโอกาสในการทำกำไรได้มากที่สุด

ควรใช้กลยุทธ์ Order Flow ตอนไหน?

จริงอยู่ที่ว่ากลยุทธ์ order flow สามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์หรือตราสารได้ทุกรายการเลยครับ แต่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้กลยุทธ์นี้ในการเทรด Futures และเทรดหุ้นนั่นเองครับ สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนเลยก็คือถึงแม้ว่าท่านจะเทรดในตลาดที่มีตราสารประเภทเดียวกัน แต่ระดับสภาพคล่องก็อาจแตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเทรดฟิวเจอร์สน้ำมัน อย่างไรก็ดี เทรดเดอร์จะต้องหลีกเลี่ยงการเทรดในตลาดที่มีความผันผวนต่ำ และที่สำคัญหากท่านเทรดในระยะยาว ห้ามใช้กลยุทธ์ order flow โดยเด็ดขาด!

กลยุทธ์ order flow ใช้เทรดได้ผลดีกับตราสารการเงินต่างๆ ดังต่อไปนี้:

  • หุ้น (Stock)
  • ฟิวเจอร์ส (Futures) (น้ำมัน, ดัชนีตลาด, สินค้าโภคภัณฑ์, ทองคำ และโลหะเงิน เป็นต้น)

กลยุทธ์ order flow เหมาะสำหรับใช้เทรดในตลาดที่มีความผันผวนสูง ซึ่งได้แก่:

  1. ทอง
  2. น้ำมัน
  3. คู่เงิน Forex
  4. ตราสารหนี้
  5. ดัชนีตลาด S&P500 และ Euro Stoxx 50

สิ่งที่ต้องใช้ในการเทรดด้วยกลยุทธ์ Order Flow

ท่านจะต้องใช้ซอฟต์แวร์และเครื่องมือเทรดต่างๆ เพื่อให้ท่านติดตาม Action และความเคลื่อนไหวในตลาดได้

โดยขั้นแรกก็คือการเลือก เปิดบัญชี โบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ จากนั้นก็ติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวของตลาด ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นข้อมูลที่โบรกเกอร์คอยอัปเดตให้นั่นเองครับ ที่ MTrading เรามีการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคแบบวันต่อวัน, มี ข่าวสารและบทวิเคราะห์ ให้เทรดเดอร์ได้อ่าน เพื่อให้ท่านตัดสินใจเทรดในตลาดต่างๆ ได้อย่างสบายใจเลยครับ

เปิดบัญชีกับ MTrading สเปรดเริ่มต้นเพียง 0 Pips เท่านั้น

จะดีกว่าไหมหากท่านสามารถติดตามฟีดข้อมูลที่สำคัญสำหรับการเทรดจากโบรกเกอร์ที่ท่านเปิดบัญชีด้วยได้ทันที โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติมในการสมัครติดตามเพื่อรับข้อมูลต่างๆ จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่น CQG หรือ Rithmic เป็นต้น แต่ถ้าหากท่านต้องการใช้ซอฟต์แวร์ order flow จากแหล่งอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดมั่นใจว่าซอฟต์แวร์เหล่านั้นสามารถใช้ร่วมกับบัญชีเทรดของโบรกเกอร์ของท่านได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือการหมั่นตรวจสอบเงินคงเหลือในบัญชีของท่านอยู่เสมอ เพื่อให้พร้อมเทรดทำกำไรได้ทุกเมื่อ เพราะโอกาสสำคัญในการทำกำไรเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจริงๆ ครับ

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

การันตีด้วยรางวัล

award1 award2 award3 award4 award5