Bullish Flag Pattern: ทำกำไรจากรูปแบบความต่อเนื่องของราคาขาขึ้น

หากท่านกำลังมองหา อินดิเคเตอร์ ประสิทธิภาพดีที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เพื่อเทรดอย่างปลอดภัยและทำกำไรอย่างมั่นคง เราเชื่อว่า Bullish flag pattern หรือรูปแบบธงขาขึ้นนั้นเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ท่านไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน โดย bullish flag นั้นจะสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวจำนวนมาก ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเทรดทำกำไรให้กับเทรดเดอร์ทุกท่าน (แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างเช่นกันก็ตาม) แต่โอกาสนั้นจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับทักษะการเทรด ประสบการณ์การเทรด และการรู้จักใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพิ่มเติมนั่นเองครับ

ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักว่า bullish pattern คืออะไร รวมไปถึงขั้นตอนง่ายๆ ในการสังเกต bullish pattern เพื่อใช้ร่วมกับเทคนิคอื่นๆ สำหรับการเทรดขาขึ้น

Bullish Flag Pattern คืออะไร

"Bullish flag" หรือ "ธงขาขึ้น" คือ รูปแบบความต่อเนื่องของราคาที่อยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ซึ่งที่มาของชื่อแพทเทิร์นดังกล่าวก็เนื่องมาจากว่ามันมีลักษณะคล้ายธงนั่นเองครับ

เพื่อทำความเข้าใจหลักการทำงานของ bullish flag และมองให้เห็นภาพของรูปแบบดังกล่าวมากยิ่งขึ้น ลองสังเกตลักษณะสำคัญของ bullish flag ซึ่งได้แก่:

  • Pole หรือ เสาธง จะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงมาก โดยมีวอลุ่ม (ปริมาณการซื้อขาย) ที่สูงสัมพันธ์กับราคา
  • Flag หรือ ธง จะเกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในกรอบแคบๆ ด้านขวาของเสาธง โดยมีวอลุ่มลดลงเล็กน้อย
  • จากนั้นราคาหุ้นจะเบรคทะลุ (Breakout) กรอบแคบๆ ดังกล่าว ด้วยราคาและวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

จากลักษณะของรูปแบบที่ปรากฎบนกราฟราคา ทุกท่านคงพอทราบดีแล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร ใช่แล้วครับ! แพทเทิร์นดังกล่าวเป็นกลยุทธ์เทรดด้วยโมเมนตัมนั่นเอง โดยแพทเทิร์น bullish flag มีข้อดีตรงที่ว่า มันสามารถใช้ได้กับทุกๆ กรอบเวลา (Timeframe) เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น นักเทรดโมเมนตัมบางรายนิยมใช้กลยุทธ์ bullish flag ใน timeframe 2-5 นาที ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับการเทรดด้วย กลยุทธ์ระยะสั้น (Scalping)

นักเทรด Swing ก็สามารถใช้ประโยชน์จากรูปแบบ bullish flag และใช้ในการเทรดจากกราฟรายวันได้เช่นกันครับ

ขั้นตอนการระบุหา Bullish Flag Pattern

นักเทรดมือใหม่บางท่านอาจมองว่าการสังเกตแพทเทิร์น bullish flag นั้นเป็นเรื่องยากเล็กน้อย เนื่องจากว่ามันมีหลายองค์ประกอบสำคัญที่เทรดเดอร์จะต้องพิจารณา ซึ่งการจะใช้รูปแบบดังกล่าวเพื่อเทรดให้ได้กำไรนั้น เทรดเดอร์จะต้องระบุองค์ประกอบต่างๆ เหล่านั้นอย่างถูกต้อง และทำความเข้าใจหลักการทำงานของ bullish flag ให้ละเอียด

ดังนั้น หากต้องการเทรดด้วย bullish flag ให้ได้กำไร เทรดเดอร์จะต้องพิจารณาสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้:

  1. เสาของธงซึ่งเกิดจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นมา ซึ่งเป็นการบอกใบ้เกี่ยวกับเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend) ล่วงหน้า
  2. ราคาเคลื่อนที่ต่ำลงจากเสาธงดังกล่าว และเคลื่อนอยู่ในกรอบแคบ
  3. อย่างไรก็ตาม ราคาจะต้องไม่ลดลงไปต่ำกว่า 38% ของเทรนด์เดิม หากท่านสังเกตเห็นราคาลดลงมากกว่า 50% แสดงว่านั่นอาจไม่ใช่รูปแบบ bullish flag แล้วล่ะครับ
  4. จากนั้นราคาจะ breakout ออกจากธง
  5. สุดท้าย ราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งด้วยความยาวและขนาดของแท่งราคาที่เท่ากับขนาดของเสาธง

หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้วิธีการสังเกตองค์ประกอบของ bullish flag แล้ว เราเชื่อว่าท่านพร้อมจะใช้แพทเทิร์น bullish flag ร่วมกับกลยุทธ์เทรดอื่นๆ ที่ท่านถนัดแล้วล่ะ!

การเทรดด้วย Bullish Flag Pattern

แม้ขั้นตอนในการสังเกตแพทเทิร์นอาจจะยากอยู่บ้างเล็กน้อย แต่สามารถนำมาใช้เทรดได้โดยไม่ยากเลยครับ แม้แต่นักเทรดหน้าใหม่ก็เทรดได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน ไอเดียสำคัญ คือ การใช้ซอฟต์แวร์เทรดและเครื่องมือเทรดที่หลากหลาย เช่น เครื่องมือสแกน (Scanner) เป็นต้น ซึ่งมีทั้งเครื่องมือที่ต้องเสียเงินและไม่ต้องเสียเงิน แต่เชื่อเถอะครับว่านั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วอัลกอริทึมก็ทำงานได้ไม่ต่างกันอยู่ดี

สิ่งที่เทรดเดอร์ควรทำก็คือ การจับตาดูการเพิ่มขึ้นของวอลุ่มของหุ้นที่ท่านสนใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยืนยันการเคลื่อนไหวของขาขึ้นอย่างต่อเนื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา และที่สำคัญ มันอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าราคากำลังจะ breakout ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการทำกำไรนั่นเอง

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เทรดเดอร์ควรจับตาดูก็คือ เส้นที่ลาดชันลงซึ่งลากเชื่อมระหว่างจุด High หลายๆ จุดของกรอบรูปธงดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นที่ทำให้ท่านรับรู้จังหวะในการ breakout เมื่อราคาได้ทะลุเส้นดังกล่าวไป เพื่อทำยอดสูงสุดให้กับ bullish flag ถัดไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแพทเทิร์นนี้จะมีประโยชน์สำหรับการเทรดขาขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เทรดเดอร์ก็ต้องไม่ลืมที่จะเทรดอย่างระมัดระวัง โดยท่านจะต้องจับจังหวะที่ดีที่สุดในการปิดออเดอร์ให้ได้ ซึ่งเทรดเดอร์ควรสังเกตว่าเมื่อไหร่ที่เทรนด์ขาขึ้นนั้นอาจสิ้นสุดลงในที่สุด

ท่านอาจใช้ 2 หลักการสำคัญที่แตกต่างกันในการรับมือกับกลยุทธ์เทรดดังกล่าว ซึ่งได้แก่:

  1. การตั้ง Stop loss (จุดตัดขาดทุน) ณ บริเวณต่ำกว่ากรอบการเคลื่อนไหวของราคา
  2. ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving average) 20 วัน ในการตั้ง stop loss โดยออเดอร์จะถูกปิดเมื่อราคาวิ่งลงไปต่ำกว่าเส้น MA ดังกล่าว

ที่ MTrading เรารองรับทุกกลยุทธ์การเทรด ไม่ว่าจะเทรดด้วยกลยุทธ์แบบใด ท่านสามารถทดลองกลยุทธ์นั้นได้ด้วย บัญชีเดโม่ หรือ บัญชีจริง พร้อมเงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุดในตลาด

เริ่มเทรดกับ MTrading วันนี้ เทรดได้ทุกกลยุทธ์

การเทรดด้วย Bullish Flag Pattern ปลอดภัยจริงไหม?

เชื่อเถอะครับว่า ไม่ว่าจะกลยุทธ์ใดก็มาพร้อมกับทั้งโอกาสในการทำกำไรและความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเทรดเดอร์แต่ละรายนั่นเองครับ แต่อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่า วิธีการใช้ bullish flag pattern เทรดให้ได้กำไรนั้น เทรดเดอร์จะต้องสังเกตและระบุองค์ประกอบของรูปแบบธงขาขึ้นให้ได้ โดยเมื่อท่านพบเห็นรูปแบบดังกล่าวในกราฟราคา รับรองได้เลยว่ากลยุทธ์นั้นไม่ใช่แค่ปลอดภัยแต่ยังทำกำไรได้จริงอย่างแน่นอน

ข้อดี:

  • เหมาะสำหรับใช้เทรดในตราสารและตลาดการเงินทุกประเภท
  • ช่วยระบุระดับการเปิดและปิดออเดอร์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย:

  • อาจมีความซับซ้อนเล็กน้อยสำหรับมือใหม่

โอ้! และอีกหนึ่งข้อดีที่น่าสนใจก็คือ bullish flag ยังมาพร้อมกับอัตรา Risk-reward ที่ดีเยี่ยมอีกด้วยล่ะ! แล้วอย่าลืมไปทดลองใช้กลยุทธ์การเทรดด้วย bullish flag กันล่ะครับ

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน