ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

3 หุ้นปรับตามเงินเฟ้อที่น่าซื้อที่สุดในปี 2022

ตัวเลขราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อมีการปรับตัวขึ้นกว่าจุดสูงสุดเดิมก่อนหน้าในรอบ 40 ปี ซึ่งพุ่งทะยาน 8.5% ในเดือน มี.ค. ปีนี้ ที่สำคัญราคาผู้ผลิต (PPI) เองก็สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะยานถึง 11.2% ในเดือนเดียวกัน เพื่อรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น นักลงทุนควรมองหาและเลือกซื้อหุ้นที่มีการปรับขึ้นตามเงินเฟ้อนั่นเอง

None

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาสภาวะหรือสถานการณ์ตลาดได้ เราได้เผชิญความผันผวนมามากมายทั้งจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดและเหตุการณ์วิกฤตทางการเมือง ซึ่งถ้าจะให้พูดกันตามความจริง หุ้นที่นักลงทุนควรมองหาในช่วงที่เงินเฟ้อกำลังพุ่งคงหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่ก็แน่นอนว่าจะเลือกลงทุนเพียงกลุ่มเดียวคงไม่ได้ นักลงทุนยังควรกระจายการลงทุนให้ได้มากที่สุดเพื่อกระจายความเสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น

หุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตตามเงินเฟ้อ

การลงทุนในหุ้นเป็นโอกาสขยายผลตอบแทนในระยะยาวตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนควรระวังคือไม่ใช่สินทรัพย์ทุกตัวที่จะให้ผลตอบแทนได้ดี ตัวอย่างเช่นตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่ (Fixed-rate bond) หรือตราสารที่มีการจ่ายปันผลสูงอาจยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการลงทุนช่วงที่อัตราเงินเฟ้อกำลังพุ่ง

Industry-best trading conditions
Deposit bonus
up to 200% Deposit bonus 
up to 200%
Spreads
from 0 pips Spreads 
from 0 pips
Awarded Copy Trading platform Awarded Copy Trading platform
Join instantly

นักลงทุนควรเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มจะปรับตัวได้ดีกับสภาวะเงินเฟ้อ หรือเป็นสินค้าที่ยังไงก็จะมีความสำคัญกับผู้บริโภค อาทิ กลุ่ม Consumer staple หรือสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ขณะที่หุ้นของ Amazon ยักษ์ใหญ่แห่งการขายปลีกอาจยังไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะเป็นบริษัทที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ สูง ไม่ว่าจะการดูแลคลังสินค้าหรือสถานที่จำหน่าย

ดังนั้น นักลงทุนอาจต้องมองหาหุ้นของบริษัทอื่นๆ ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงเงินเฟ้อ ยกตัวอย่างหุ้นกลุ่ม E-commerce ที่ยังเป็นภาคส่วนสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับกลุ่มเทคโนโลยี และนี่คือหุ้นเทคโนโลยี 3 อันดับที่น่าซื้อในช่วงเงินเฟ้อ

3 หุ้นน่าซื้อรับเงินเฟ้อ

สัญลักษณ์ของหุ้น ราคาล่าสุด มูลค่าตามตลาด
Shopify (SHOP) $375.12 $47B
Netflix (NFLX) $197.44 $88B
Etsy (ETSY) $81.12 $10B

1. Shopify (SHOP 1.65%)

แพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปที่หน้าร้าน และเป็นโอกาสให้ผู้ค้าทั้งรายปลีก รายย่อย และธุรกิจขนาดเล็กได้มีโอกาสเติบโต นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดใหญ่หลังจากกลายเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร

ทำไมหุ้น Shopify จึงน่าซื้อในช่วงเงินเฟ้อ:

  • บริษัทนี้เป็นเจ้าแห่งอีคอมเมิร์ซมาตั้งแต่ปี 2008 ที่รอดพ้นจากวิกฤตครั้งใหญ่ และมีผลการดำเนินการที่ยอดเยี่ยม
  • เป็นตัวเลือก eCommerce ที่ดีสำหรับนักลงทุนทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก และบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการขยายการดำเนินงานในฝั่งออนไลน์
  • Shopify มีแหล่งสร้างรายได้หลายช่องทาง รวมถึงรายได้จากการสมัครสมาชิก และค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมหรือการขายแต่ละรายการภายในแพลตฟอร์ม
  • แม้อัตราเงินเฟ้อจะหนุนให้ราคาสินค้าสูงขึ้น แต่ก็อาจส่งผลให้มีปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์ม Shopify เช่นกัน

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด บริษัทมีต้นทุนในการดำเนินการน้อย ขณะที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นในการซื้อสินค้า

2. Netflix (NFLX 1.15%)

Netflix เป็นอีกหนึ่งหุ้นยอดนิยมที่ทำผลงานได้ดีในช่วงเงินเฟ้อ เนื่องจากผู้บริโภคจะเลือกเสพความบันเทิงจาก Netflix แทนการไปจ่ายค่าตั๋วหนัง, น้ำอัดลม, และป๊อปคอร์นที่แพงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการดู Netflix อยู่บ้านนั้นถูกกว่าแน่นอน

แน่นอนว่าบริษัทยังคงต้องจ่ายเงินเดือนที่ค่อนข้างสูงให้กับพนักงานตามอัตราเงินเฟ้อของค่าจ้าง แต่ก็ยังน้อยหากเทียบกับกำไรที่บริษัทได้รับ

ทำไมหุ้น Netflix จึงน่าซื้อในช่วงเงินเฟ้อ:

  • เป็นบริการที่ถูกกว่าการไปชมหนังในโรงภาพยนตร์
  • บริษัทยังได้กำไรที่สูงเมื่อหักลบต้นทุน
  • ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลทำให้มีผู้ใช้งานกว่า 222 ล้านรายทั่วโลก
  • ผลตอบแทนโตต่อเนื่อง ทะยานสู่ $29.7 พันล้านในปี 2021 ที่ผ่านมา

แม้ผู้ใช้งาน Netflix จะลดลงในบางช่วง แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีให้นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหุ้นของบริษัทในราคาที่ถูกลงได้ในขณะที่เงินเฟ้อมีการปรับขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงที่ผ่านมา มีบางจังหวะที่หุ้น Netflix มีปรับลงต่ำสุดในรอบหลายปี เป็นจังหวะที่ดีในการช้อน

3. Etsy (ETSY -1.25%)

Etsy ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 และเติบโตเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ได้ในที่สุด โดยแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีทักษะในการเขียนหรือใช้งานโปรแกรมได้เข้ามาขายขายสินค้าทำมือ เสื้อผ้าวินเทจ เครื่องมือที่ใช้แล้ว และอีกมากมาย

ด้วยการใช้งานที่ง่ายส่งผลให้มีผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านคนที่ใช้แพลตฟอร์มในปี 2021 ที่ผ่านมา เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าไปยังผู้ใช้มากกว่า 90 ล้านคนทั่วโลก โดยในเวลาเพียงสองปี Etsy มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

ทำไมหุ้น Etsy จึงน่าซื้อในช่วงเงินเฟ้อ:

  • ต่างจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่ (เช่น Amazon) Etsy ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าหรือดูแลคลังสินค้า ไม่ต้องบริหารจัดการร้านค้าและสถานที่จำหน่าย
  • แพลตฟอร์มนี้ได้รับค่าธรรมเนียมจากทุกธุรกรรมระหว่างผู้ขายและผู้บริโภค
  • นอกจากนี้ Etsy ยังมีบริการพิเศษที่เก็บค่าธรรมเนียมซึ่งส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้น (ซึ่งทำให้ Etsy มีรายได้มากขึ้นตาม)

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หุ้น Etsy น่าลงทุนคือศักยภาพในการเติบโตที่สูง โดยในปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2% เท่านั้น ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมให้กับสินค้าที่ต้องสั่งทำและสินค้าทำมือโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่าในการซื้อเมื่อเทียบกับสินค้าของ IKEA

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน