ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

6 เหตุผลที่นักลงทุนต้องเทรด Equity Index Futures

นอกจากการซื้อขายหุ้นแบบดั้งเดิม การเทรด Equity index futures หรือฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกองทุน Equity index ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนยอดนิยม เนื่องจาก Equity futures เป็นตราสารทุนที่อ้างอิงกลุ่มสาขาต่างๆ ทั้งในตลาดที่ซื้อขายโดยกลุ่มนักลงทุนสถาบัน นักเทรดรายปลีกและรายย่อย โดยตราสารนี้มาพร้อมผลประโยชน์ที่สำคัญหลายประการที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเป็นตัวเลือกที่ดีในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

None

ในบทความวันนี้ เราจะพูดถึงข้อดีของการซื้อขาย Equity futures ที่จะช่วยให้ท่านตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น

#1 – การกระจายสินทรัพย์และปรับลดความเสี่ยง

สมมติว่าท่านต้องการลงทุนในหุ้นที่อ้างอิงถึงกลุ่มธนาคาร ท่านจะต้องมองหาผู้ออกหุ้นแต่ละราย (PSU หรือธนาคารเอกชน) ซึ่งถือเป็นเรื่องยากในบางครั้ง แต่ Equity futures ช่วยให้ท่านสามารถมองภาพรวมของภาคการธนาคารทั้งหมดได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการกระจายพอร์ตการลงทุนนั่นเอง

#2 – มุมมองการลงทุนในระยะสั้น-ระยะยาว

ไม่ว่าท่านจะเป็นนักเทรดกลุ่มไหน ท่านสามารถเลือกซื้อขาย Equity futures ได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่ในบางตลาด เช่น การซื้อขายหุ้นธนาคารหรือหุ้นประเภทอื่นๆ มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการลงทุนว่านักเทรดจะต้องเลือกกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นหรือยาว ระยะใดระยะหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้อาจมีความเสี่ยงด้านธนาคารที่เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

ฉะนั้น เคล็ดลับที่ดีที่สุดคือการขาย Equity index futures ใน Bank Nifty เพราะวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้นักลงทุนสามารถพิชิตอุปสรรคและข้อจำกัดด้านการลงทุนได้ อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการซื้อขายดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สในอินเดีย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการลงทุน

Industry-best trading conditions
Credit bonus
up to 200% Credit bonus
Industry best trading
conditions Best conditions
Instant deposits
with 0 fees Instant deposits
Join now

#3 – การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นที่ลดลง

การเทรดดัชนีเป็นการเทรดที่ใช้มาร์จิ้น อย่างไรก็ตาม มีตลาด Equity futures บางกลุ่มที่ช่วยให้นักลงทุนใช้มาร์จิ้นที่ลดลงได้ ยกตัวอย่างเช่น มีโอกาสที่อัตรากำไรของหุ้นแต่ละตัวมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนี Bank Nifty และ Nifty

สาเหตุเป็นเพราะว่าดัชนีโดยทั่วไปไม่ใช่หุ้นแต่เป็นชุดรวมของหุ้น ซึ่งถือเป็นการการกระจายความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ ซึ่งการใช้มาร์จิ้นที่ลดลงก็หมายถึงความเสี่ยงที่ต่ำลงด้วยนั่นเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ด้วยเงินทุนที่น้อยลง

#4 – ป้องกันความเสี่ยงด้วย Equity Index Futures

Equity future มีข้อดีสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือการจัดการความเสี่ยงนั่นเอง ไม่ว่าท่านเป็นนักลงทุนสถาบันหรือบุคคลธรรมดาก็สามารถจัดการความเสี่ยงโดยด้วย Equity index futures ได้ โดยเมื่อถึงจุดหนึ่ง ท่านอาจพบว่าตนเองมีสินทรัพย์มากจนเกินไป และมูลค่าตลาดมีแนวโน้มว่าจะลดลงประมาณ 10-12% เนื่องจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย ในขณะเดียวกัน ท่านก็มองว่ามีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวสู่ระดับเดิมใน 3 เดือน

นักลงทุนบางรายอาจยังคงอยากที่จะถือสินทรัพย์เอาไว้ เพราะมองว่าราคาในตลาดนั้นลดลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น อย่างไรก็แล้วแต่ หากท่านเทรด Equity index futures ท่านสามารถขายสินทรัพย์ Nifty และล็อกกำไรไว้ได้แม้ว่าตลาดจะมีการปรับตัวลง และเมื่อสถานการณ์ฟื้นดีขึ้น ท่านก็จะได้กำไรจากออเดอร์ที่ท่านถือไว้อย่างแน่นอน

#5 – จำกัดความเสี่ยง

การเทรด Equity index futures มาพร้อมกับความเสี่ยงที่จำกัด แตกต่างจากการเทรดดัชนีหุ้นที่นักลงทุนหลายรายต้องเผชิญกับปัญหาด้านสภาพคล่องอยู่บ่อยๆ จึงไม่แปลกที่นักลงทุนรายใหญ่ส่วนมากมักเลือกลงทุนดัชนีฟิวเจอร์สเพราะมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องน้อยนั่นเอง

สาเหตุที่กล่าวมานี้ทำให้ระยะระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) แคบลง ซึ่งทำให้การซื้อขายดัชนีฟิวเจอร์สเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า และเพิ่มโอกาสในการซื้อขายมากกว่าที่จะต้องเผชิญกับสภาพคล่องที่ต่ำจากสินทรัพย์หลายๆ ตัวที่ท่านกำลังถืออยู่

#6 – ต้นทุนการซื้อขายที่น้อยลง

นักเทรดที่ซื้อขาย Equity index futures จะไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นและอัตรา STT ที่สูง ซึ่งถือว่าดีมากๆ เมื่อเทียบกับการเทรดหุ้นฟิวเจอร์สที่ค่าคอมมิชชั่นแพงกว่า ยิ่งไปกว่านั้น โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ก็พยายามดึงดูดลูกค้าด้วยข้อเสนอด้านเงื่อนไขที่คงที่สำหรับการเทรดดัชนี พูดง่ายๆ ก็คือนักเทรดจะมีต้นทุนในการเทรดที่ถูกลงนั่นเอง

สรุปเกี่ยวกับการเทรด Equity index futures

การเทรด Equity index futures เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการซื้อขายหุ้นแบบทั่วไป เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนให้มากขึ้น ทั้งในแง่ของการจัดการความเสี่ยงและระยะเวลาในการลงทุน อย่างไรก็แล้วแต่ นักลงทุนจะต้องคำนึงเกี่ยวกับสภาพคล่อง เลเวอเรจ การชำระบัญชี และการส่งมอบ รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ ในการลงทุนอยู่เสมอ เพราะไม่มีการลงทุนใดที่ปราศจากความเสี่ยงแบบ 100%

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน