ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส (Dow Jones Index Futures) คืออะไร? มีเทคนิคเทรดอย่างไร?

การเทรดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ให้ได้กำไร

หากท่านกำลังสนใจการเทรดที่มีกระแสนิยมมาแรงสุดๆ อย่าง Dow Jones Index Futures แล้วล่ะก็ รีบเข้ามาอ่านด่วน! เพราะบทความนี้จะพาเทรดเดอร์ทุกท่านไปทำความเข้าใจ DJI futures ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อค้นหาความหมายว่า DJI futures คืออะไร, จะเทรด DJI index futures อย่างไร และทำไมจึงควรเลือกเทรด DJI index futures รวมไปถึงตัวอย่างและเทคนิคแบบเชี่ยวชาญ ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในการเทรด DJI futures ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลยครับ!

DJI Index Futures คืออะไร?

Dow Jones Index Futures (DJI Index Futures) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม "สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีดาวโจนส์" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส" คือ หนึ่งในประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เอื้อให้นักลงทุนสามารถ "คาดการณ์" มูลค่าของสินทรัพย์ล่วงหน้าในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์นั่นเองครับ

โดย Index futures เป็นการทำข้อตกลงระหว่างเทรดเดอร์ 2 ราย โดยรายหนึ่งเทรดชนะ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเทรดแพ้ ฟังดูเหมือนกับการเล่นพนันเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่มันแตกต่างกันตรงที่ว่า การเทรด Index futures นั้นถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยข้อผูกมัดที่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายเงินให้กับอีกฝ่ายเมื่อวันกำหนดชำระมาถึง

Dow Futures เองก็เป็นอีกหนึ่งประเภทของการเทรดตราสารที่นักลงทุนสามารถใช้ 'ป้องกัน' ในที่นี้หมายถึงเทรดเดอร์สามารถใช้รูปแบบการเทรดนี้เป็นประกันในการลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนทั้งหมด โดยการจัดกลุ่มดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเข้ากับตราสารอื่นๆ ในพอร์ต

Index futures ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหรือขายสัญญาได้ จากการคาดการณ์และการประเมินของพวกเขาเองว่ามูลค่าของดัชนีทางการเงินในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไรในวันที่ระบุ ในแง่การเทรด มันก็คือการ 'คาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคา' นั่นเองครับ

ทำไมต้องเทรด DJI Futures?

ท่านคงสงสัยแล้วว่ามีตราสารให้เลือกเทรดมากมายไปหมด ทำไมต้องเลือกเทรดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สด้วยล่ะ นี่คือ 3 เหตุผลสำคัญ ที่จะช่วยยืนยันว่าดาวโจนส์ฟิวเจอร์สดีต่อพอร์ตการลงทุนของท่านอย่างไร

1. ช่วยลดความเสี่ยง

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วเบื้องต้นว่า สัญญาฟิวเจอร์สจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถป้องกันการลงทุนและช่วยบริหารความเสี่ยงในการลงทุน โดยเมื่อความเสี่ยงในการขาดทุนลดลง ก็จะทำให้ท่านมีเงินทุนสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อทำกำไรให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่อย่าลืมเลือกตราสารเทรดที่เหมาะสม เทรดให้ถูกวิธี และบริหารความเสี่ยงด้วยล่ะครับ

2. ข้อดีของการเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส

การเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส ทำให้นักลงทุนสามารถเพิ่มจำนวนเลเวอเรจ ลดต้นทุนในการเทรด และทำให้ท่านมีในการเทรดมากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเช่น ใช้เวลาพิจารณาและคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคาได้นานยิ่งขึ้น)

3. เทรดดัชนี VS ตราสารเทรดอื่นๆ

ในการเทรดดัชนีฟิวเจอร์ส เช่น DJI ทำให้เทรดเดอร์สามารถลดความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนในตราสารอื่นๆ เพราะมันคือการพิจารณาและคาดการณ์ดัชนีทั้งหมด ซึ่งเป็นการรวบรวมหลากหลายธุรกิจ องค์กร และอื่นๆ อีกมากมาย

ตัวอย่างเช่น ดัชนีดาวโจนส์ ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทมหาชน (หรือที่เรียกว่า บริษัทบลูชิพ) จำนวน 30 บริษัท ที่มีการซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange หรือ NYSE)

บริษัทที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในดัชนีดาวโจนส์ ได้แก่ โคคา-โคลา (Coca-Cola), เอทีแอนด์ที (AT&T), เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil), วอล-มาร์ต (Wal-Mart), ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (Hewlett-Packard) และ ไมโครซอฟท์ (Microsoft)

ในปัจจุบัน แต่ละบริษัทต่างก็ประสบกับมูลค่าราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นและลดลงแตกต่างกันไป แต่มันเป็นไปได้น้อยมากที่ทั้ง 30 บริษัทจะประสบกับความผันผวนของราคาแบบเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากบริษัทต่างๆ ก็อยู่ในอุตสาหกรรมที่ต่างกันออกไป นี่จึงเป็นวิธีที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถป้องกันการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดอย่างรวดเร็ว

ซื้อและขายทองกับ MTrading

หากท่านสนใจเทรด CFD ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส อย่าลืมเปิด บัญชีจริง กับ MTrading นะครับ แล้วมาร่วมเทรดทำกำไรไปด้วยกัน!

เทคนิคเทรด DJI อย่างเชี่ยวชาญ

ใช้เลเวอเรจให้เป็นประโยชน์

การเทรด DJI futures จะมีการใช้ตัวคูณดัชนี (Multiplier) ซึ่งทำให้เทรดเดอร์รับเลเวอเรจได้มากยิ่งขึ้นและขยายโอกาสในการทำกำไรมากขึ้นด้วย โดยเทรดเดอร์สามารถใช้เลเวอเรจ 1 ต่อ 10 หรือเลเวอเรจ 1,000%

เพื่อให้เข้าใจง่ายมากขึ้น ลองดูเหตุการ์สมมุติว่า Dow Futures มีมูลค่าการเทรดอยู่ที่ 5,000 USD หากท่านต้องการซื้อ 1 สัญญาในราคาดังกล่าว มันจะมีมูลค่าในตลาด 50,000 USD โดยความผันผวน (เพิ่มขึ้นหรือลดลง) ของดาวโจนส์แต่ละดอลลาร์ (หรือที่เรียกว่า 'จุด') สัญญาฟิวเจอร์สก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง 10 USD

ความเคลื่อนไหวในตลาดกระทิง (Bullish market)

ณ ขณะนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average หรือ DJIA) อยู่ในตลาดขาขึ้นหรือตลาดกระทิงมาเป็นเวลามากกว่า 9 ปีแล้ว นั่นหมายความว่า มูลค่าของตลาดโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาของหุ้นธุรกิจส่วนมากที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาที่ผ่านมา

ตลาดมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา แต่แนวโน้มในอนาคตนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับธุรกิจ หากธุรกิจต่างๆ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ดัชนีก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับดาวโจนส์ ที่รวบรวมมูลค่าของบริษัทอย่างโคคา-โคลา (Coca-Cola) ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นไม่มีเว้น

สาเหตุที่ทำให้การซื้อขายสัญญาล่วงหน้ามีประโยชน์ต่อท่านก็คือ ทำให้การเทรดนั้นเป็นการ 'พนันแบบปลอดภัย' ในแง่ของความเคลื่อนไหวของตลาดในทิศทางต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจหรือเหตุวิกฤตต่างๆ ของโลกมีผลกระทบรุนแรงต่อตลาด ดังนั้น ท่านจึงจำเป็นต้องติดตามข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอยู่เสมอ เพื่อทำความเข้าใจว่าตลาดกำลังจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ไม่ว่าจะตลาดหมีหรือตลาดกระทิงก็ตาม

เพลิดเพลินกับอินดิเคเตอร์บ่งบอกทิศทางตลาดระยะสั้น

ราคาฟิวเจอร์สสามารถใช้เป็นอินดิเคเตอร์ที่ดีในการบ่งบอกทิศทางความเคลื่อนไหวของตลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาตลาดมักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะจังหวะที่ตลาดเปิด (เนื่องจากอิทธิพลของข่าว ข้อมูลเศรษฐกิจ และวอลุ่มการเทรดปริมาณมากๆ จากสถาบันต่างๆ หรือจากเทรดเดอร์รายใหญ่) ราคาในตลาดฟิวเจอร์สเองก็เช่นกัน

ดังนั้น ท่านควรมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่วนหนึ่งที่สวนทางกับแนวโน้ม เพื่อบริหารความเสี่ยงในการลงทุน

ตัวอย่างการเทรด DJI Index Futures

การเทรดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สและการเทรดฟิวเจอร์สอื่นๆ นั้นเรียบง่ายมาก อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่า มันคือการทำข้อตกลงระหว่าง 2 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายหนึ่งคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดกำลังจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามคาดการณ์ในทางตรงกันข้ามว่ามูลค่าของตลาดกำลังจะลดลงนั่นเองครับ

เทรดดัชนีดาวโจนส์ กับ MTrading

เมื่อวันที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นสิ้นสุด (หรือที่เรียกว่า "วันกำหนดชำระ") ผู้ที่คาดการณ์ได้ไม่ถูกต้องจะต้องจ่ายให้กับฝ่ายตรงข้าม หากไม่ทำตามสัญญาดังกล่าวก็จะถือเป็นการผิดสัญญา

สัญญาฟิวเจอร์สสามารถเกิดในรูปแบบของเงินสด สินค้าโภคภัณฑ์ หรือประเภทสินค้าอื่นๆ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น:

สมมุติว่าท่านตัดสินใจที่จะขายชอร์ตสัญญาดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส และมูลค่าเริ่มต้นของสัญญานั้นเท่ากับ 30,000 USD โดยมีขนาดของสัญญามาตรฐานที่จะทำให้ท่านได้ 10 เท่า (ขึ้นอยู่กับเลเวอเรจ) ของจำนวนที่จะได้หรือเสีย

เมื่อถึงวันกำหนดชำระและดัชนีดาวโจนส์ในขณะนั้นมีมูลค่า 30,800 USD นั่นหมายความว่า มูลค่าของสัญญาของท่านได้เพิ่มขึ้น 800 USD ซึ่งเมื่อคูณด้วย 10 ยอดค้างชำระที่ท่านต้องจ่ายให้อีกฝ่ายจะเท่ากับ 8,000 USD

อย่างไรก็ตาม หากมูลค่าของดัชนีดาวโจนส์ลดลง (สมมุติว่าลดลง 29,100 USD) ฝ่ายตรงข้ามจะต้องจ่ายเงินให้ท่าน 9,000 USD เนื่องจากมูลค่าของสัญญานั้นลดลง 900 USD คูณด้วย 10 ก็จะเท่ากับ 9,000 USD นั่นเองครับ

เอาล่ะครับ เมื่อท่านมีความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สมากยิ่งขึ้นแล้ว ลองฝึกฝนการเทรดจากสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ด้วยการเปิด บัญชีจริง MT4 กับ MTrading ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสู่เส้นทางการเทรดอย่างมืออาชีพ มาร่วมฝึกฝนทักษะการเทรดของท่านกับผู้เชี่ยวชาญของเรา โปรดเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเทรดตราสารที่ดีที่สุดในเงื่อนไขที่ดีที่สุดของตลาดกับเรา

อยากเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเทรดมากยิ่งขึ้น? ติดตามบทเรียนการเทรดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ที่นี่

- 4 กลยุทธ์การตั้ง Stop Loss

- วิธีหาจังหวะการเข้าเทรด Forex

- กลยุทธ์การเทรดแบบรายวัน

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

การันตีด้วยรางวัล

award1 award2 award3 award4